<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" version="2.0">
  <channel>
    <title>DSpace Collection: Theses</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/53</link>
    <description>Theses</description>
    <pubDate>Sun, 05 Oct 2025 12:58:43 GMT</pubDate>
    <dc:date>2025-10-05T12:58:43Z</dc:date>
    <item>
      <title>การพัฒนาเส้นใยข่าเพื่องานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ</title>
      <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4820</link>
      <description>Title: การพัฒนาเส้นใยข่าเพื่องานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
Authors: ธนาสินีย์ ธีรโชติภักดี
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในสกัดเส้นใยจากลำต้นข่าแดงด้วย&#xD;
สารละลายโชเดียมคาร์บอเนตเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ศึกษาสมบัติและองค์ประกอบของเส้นใยใยที่&#xD;
สกัดได้ รวมทั้งศึกษาสมบัติของเส้นด้ายและผ้าทอที่ผลิตจากเส้นใยข่า ผลการทดลองพบว่าการใช้&#xD;
สารละลายโชเดียมไบคาร์บอเนตที่ความเข้มข้นร้อยละ 15 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ให้ความร้อนที่&#xD;
อุณหภูมิ 95 องศาเซลเชียส เวลาในการสกัด 90 นาที มีประสิทธิภาพในการสกัดเส้นใยจากต้นข่ามาก&#xD;
ที่สุด โดยมีปริมาณผลผลิตเส้นใยร้อยละ 73.89 เซลลูโลส ร้อยละ 71.11 + 0.18 เฮมิเซลโลสร้อยละ&#xD;
16.18 + 0.22 ลิกนินร้อยละ 12.41 + 0.25 การปั่นด้ายโดยใช้เส้นใยข่ากับเส้นใยฝ้ายในอัตราส่วน&#xD;
10 ต่อ 90 ได้เส้นด้ายที่มีขนาด 3.16 + 1.32 Ne ซึ่งสามารถนำเส้นด้ายนี้ไปใช้เป็นเส้นด้ายพุ่งสำหรับ&#xD;
การทอผ้าด้วยมือเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระเป้าซึ่งผ้าที่ทอได้มีน้ำหนักเฉลี่ย 327.69 + 11.54 กรัม&#xD;
ต่อตารางเมตร ผ้าทอจากผลการประเมินแบบความพึงพอใจในต้นแบบผลิตภัณฑ์จากผู้ตอบ&#xD;
แบบสอบถามที่อาศัยอยู่ในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 100 คน มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ&#xD;
ต่อผลิตภัณฑ์กระเป้าผ้าใยข่าทอมือในระดับมาก โดยมีความพึงพอใจเฉลียในภาพรวมเท่ากับ 4.30 +&#xD;
0.11 และรูปทรงของผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกชื้อผลิตภัณฑ์กระเป้าจาก&#xD;
เส้นใยข่า; The study aimed to determine the optimal conditions for extracting fibers from red galangal stems using a sodium bicarbonate solution for textile product design. The composition and properties of the extracted fibers were studied, as well as the properties of the yarns and fabrics produced from galangal fibers. The results showed that the optimal conditions for extracting galangal fibers were a 15% sodium bicarbonate solution for 90 min, yielding of 73.89% fibers containing 71.11 ± 0.18% cellulose, 16.18 ± 0.22% hemicellulose, and 12.41 ± 0.25% lignin. Galangal fibers were mixed with cotton fibers at a ratio of 10:90 to achieve a yarn size of 3.16 ± 1.32 Ne. These yarns were used as weft yarns in hand-weaving fabric for bag production, with a fabric weight of 327.69 ± 11.54 g/m². A satisfaction survey of 100 respondents living in Bangkok indicated a high level of satisfaction with the handmade galangal fiber bags, with an overall average satisfaction score of 4.30 ± 0.11. The shape of the product is a factor that influences the decision to purchase galangal fibers bags.</description>
      <pubDate>Thu, 01 Jan 2567 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4820</guid>
      <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาผ้าไม่ทอจากเส้นใยผลตาลสุกสาหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ</title>
      <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4245</link>
      <description>Title: การพัฒนาผ้าไม่ทอจากเส้นใยผลตาลสุกสาหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
Authors: ธีระพงษ์ ฐานะ; เกษม มานะรุ่งวิทย์
Abstract: การวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาผ้าไม่ทอจากเส้นใยผลตาลสุกส าหรับสร้างผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ทดลองโดยศึกษาอัตราส่วนผสมของเส้นใยผลตาลสุกร้อยละ 80 ต่อเส้นใยพอลิโพรพิลีนร้อยละ 20 และที่อัตราส่วนผสมของเส้นใยผลตาลสุกร้อยละ 90 ต่อเส้นใยพอลิโพรพิลีนร้อยละ10ผลการทดลองพบว่าแผ่นผ้าไม่ทอที่เหมาะสมในการท าผลิตภัณฑ์ คือใช้อัตรส่วนเส้นใยผลตาลสุกร้อยละ 80 ผสมกับเส้นใยพอลิโพรพิลีนร้อยละ 20 แผ่นผ้าไม่ทอที่ได้มีความหนา 2.10 มิลลิเมตร ลักษณะเป็นแผ่นแบนที่มีความแข็ง มีความยืดหยุ่นต่ า มีค่าน้ าหนักของแผ่นผ้าไม่ทออยู่ที่ 601.98 กรัมต่อตารางเมตรแผ่นผ้าไม่ทอตามแนวขนานเครื่องจักรมีระยะการยืดตัว ณ จุดขาด 27.45 มิลลิเมตร แรงดึง ณ จุดขาด&#xD;
474.99 นิวตัน และแผ่นผ้าไม่ทอตามแนวขวางเครื่องจักรมีระยะการยืดตัว ณ จุดขาด 24.86 มิลลิเมตร แรงดึง ณ จุดขาด 469.07 นิวตัน เมื่อน าแผ่นผ้าไม่ทอไปตกแต่งด้วยสารสะท้อนน้ าและสารยับยั้งแบคทีเรียพบว่า แผ่นผ้าไม่ทอมีสมบัติการสะท้อนน้ า และสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย สตาฟิโลคอคคัสออเรียส และ เคล็บซีเอลลา นิวโมเนีย โดยเชื้อไม่สามารถเจริญเติบโตใต้แผ่นผ้าไม่ทอ และเชื้อแบคทีเรียยังไม่สามารถเจริญเติบโตใกล้แผ่นที่ระยะ 10 มิลลิเมตร สามารถน าแผ่นผ้าไม่ทอจากเส้นใยผลตาลสุก ร้อยละ 80 ต่อเส้นใยพอลิโพรพิลีนร้อยละ 20 มาสร้างผลิตภัณฑ์รองเท้าส าหรับ สุภาพบุรุษ&#xD;
สุภาพสตรี และเด็ก; The objective of this research is to develop nonwoven sheet borassus fruit&#xD;
fiber from for the creation of textile products. The experiment was conducted to&#xD;
study the mixing ratio of 80% of borassus fruit fiber and 20% of polypropylene fiber&#xD;
and the mixing ratio of 90% of borassus fruit fiber and 10% of polypropylene fiber.&#xD;
The experimental results showed that the nonwoven sheet suitable for making&#xD;
textile product is the ratio using 80% of borassus fruit fiber mixed with 20% of&#xD;
polypropylene fiber. The nonwoven sheet is 2.10 mm thick. The sheet is flat and&#xD;
strong with low flexibility. The weight of the nonwoven sheet is 601.98 g/m2&#xD;
. The&#xD;
sheet along the machine is elongated at break at 27.45 millimeter and tensile&#xD;
strength at break at 474.99 Newton at the same time the sheet across the machine is&#xD;
elongated at break at 24.86 mm. and tensile strength at break at 469.07 Newton.&#xD;
When the nonwoven sheet was treated with water repellent and antibacterial agent,&#xD;
it was found that nonwoven fabric has water-repellent and antibacterial namely&#xD;
Staphyloccus aureus and Klebsiella pneumonia properties. The said bacteria cannot&#xD;
grow underneath the nonwoven sheet and also cannot grow near the sheet at the&#xD;
distance of 10 mm. The nonwoven sheet made from 80 % of borassus fruit fibers&#xD;
and 20 % of polypropylene fibers can be used to make shoes products for men,&#xD;
women and children.; วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ&#xD;
ปีการศึกษา 2563</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2563 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4245</guid>
      <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การพัฒนาเส้นด้ายจากกาบไผ่และการประยุกต์ใช้งานสำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ</title>
      <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/3910</link>
      <description>Title: การพัฒนาเส้นด้ายจากกาบไผ่และการประยุกต์ใช้งานสำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
Authors: ทัศนีย์ จันทร์แสง
Abstract: การสกัดเส้นใยจากกาบไผ่โดยวิธีการแช่ในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ ความเข้มข้น ร้อยละ 5 ระยะเวลา 10 วัน จะได้เส้นใยออกมาดีที่สุด องค์ประกอบที่สำคัญในเส้นใยที่สกัดได้ประกอบด้วยเซลลูโลส ร้อยละ 72.09 เฮมิเซลลูโลส ร้อยละ 8.21 ลิกนิน ร้อยละ 9.45 และอื่น ๆ ร้อยละ 10.25 เมื่อนำไปปั่นเป็นเส้นด้ายด้วยกระบวนการปั่นด้ายแกนกลาง (corespinning) แล้วนำไปทดสอบแรงดึงขาด (breaking forec) พบว่า มีค่าแรงดึงขาดเฉลี่ยอยู่ที่ 16.80 นิวตัน เส้นด้ายที่ปั่นแล้วสามารถนำมาทอเป็นผืนผ้าได้แต่ทำได้เฉพาะเส้นด้ายพุ่งเท่านั้น และเมื่อนำมาทอเป็นผืนผ้าแล้วจะได้ผืนผ้าที่มีความสวยงามและมีความคงรูปค่อนข้างดี แต่ผิวสัมผัสของผ้าที่ได้จะมีความหยาบและแข็งกระด้างเหมือนเส้นด้าย ผ้าจึงไม่เหมาะสำหรับการนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอเพื่อการสวมใส่ที่ต้องสัมผัสกับผิวหนังของร่างกายโดยตรง ผ้าทอที่ได้นั้นเหมาะสมที่จะนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทกระเป๋าสำหรับสุภาพสตรีเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน; The extracthion of fibers from bamboo sheath by soaking in sodium hydroxide solution at 5% concentration for 10 days will bring about the best quality fiber. The significant composition of the extracted fiber consists of 72.09% cellulose, 8.21% hemicellulose, 9.45% lignin and 10.25% others. When the extracted fibers are spun into yarn by corespinning method and after the yarn has been tested the breaking force, the test result is 26.80 newtons on average. The yarn obtained can serve only as weft yarn for weaving into fabric. And after weaving the resulting fabric is beautiful with rather good dimensional stability but hand-feel is rough like yarn thus not suitable for production as textile products for wearing with direct contact with human skin. Therefore, bag for women for use in daily life.; วิทยานิพนธ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวตกรรมสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ปีการศึกษา 2562 ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงลกรุงเทพ</description>
      <pubDate>Fri, 01 Jan 2562 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/3910</guid>
      <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
    <item>
      <title>การผลิตผ้าถักจากเส้นใยสับปะรด</title>
      <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/2704</link>
      <description>Title: การผลิตผ้าถักจากเส้นใยสับปะรด
Authors: กัญญารัตน์ มุ่งเขตกลาง
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตผ้าถักจากเส้นใยสับปะรด ทดลองโดยเปรียบเทียบสมบัติทางกายภาพของเส้นใยสับปะรดที่ได้จากการแยกเส้นใยด้วยกระบวนการเชิงกลตามด้วยการปรับสภาพด้วยน้าประปา และการแยกเส้นใยด้วยกระบวนการเชิงกลตามด้วยการปรับสภาพด้วยสารเคมีสองชนิด ได้แก่ โซเดียมไฮดรอกไซด์ และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เปรียบเทียบสมบัติของเส้นด้ายและผ้าถักที่ผลิตจากเส้นใยสับปะรดที่ผ่านการแยกเส้นใยต่างกัน ผลการทดลองพบว่าภาวะที่เหมาะสมในการแยกเส้นใยจากใบสับปะรด คือ การแยกเส้นใยเชิงกลตามด้วยการปรับสภาพด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เข้มข้นร้อยละ 1 โดยปริมาตร แช่ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เวลา 24 ชั่วโมง ทำความสะอาดจนน้ำล้างเป็นกลาง ผึ่งให้แห้ง ได้ปริมาณผลผลิตเส้นใยร้อยละ 7.23±0.44 เส้นใยมีความยาวเฉลี่ย 67.76±5.15 เซนติเมตร ขนาดเส้นใย 48.51±0.54 ดีเนียร์ ความหยักร้อยละ 1.76±0.01 ความต้านทานแรงดึง 639.60±71.19 เมกะปาสคาล และค่าการยืดตัวก่อนขาดร้อยละ 2.82±0.57 การผลิตเส้นด้ายด้วยการนำเส้นใยที่แยกเชิงกล จำนวน 40 เส้น มาผูกเงื่อนสมาธิได้เส้นด้ายมีความต้านทานแรงดึง 9950.67±1142.78 เมกะปาสคาล และค่าการยืดตัวก่อนขาดร้อยละ 1.78±0.40 เมื่อนำเส้นด้ายมาผลิตเป็นผ้าถักได้ผ้าที่มีความหนา 2.68±0.19 มิลลิเมตร และมีน้าหนักผ้า 0.59±0.02 กรัมต่อตารางเซนติเมตร</description>
      <pubDate>Sat, 01 Jan 2563 00:00:00 GMT</pubDate>
      <guid isPermaLink="false">https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/2704</guid>
      <dc:date>2563-01-01T00:00:00Z</dc:date>
    </item>
  </channel>
</rss>

