<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/98">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/98</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/221" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/163" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/149" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/146" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2025-10-05T14:58:04Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/221">
    <title>การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพการประกอบอาชีพของบุคลากรในอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/221</link>
    <description>Title: การพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นเพื่อเพิ่มศักยภาพการประกอบอาชีพของบุคลากรในอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป; The Development of Educational Model for Short Course&#xD;
Program to Potential in Career for Person in Garage.
Authors: พงษ์ศักดิ์ ย้อยเสริฐสุทธ; วรพจน์ ศรีวงษ์คล; สมภพ ตลับแก้ว
Abstract: การวิจัย เรื่องการพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการ ประกอบอาชีพของบุคลากรในอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบ ดา เนินการตามรูปแบบ และเพื่อประเมินรูปแบบการจัดการศึกษาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นที่ได้พัฒนาขึ้น โดยดำ เนินการที่วิทยาลัยสารพัดช่างสระบุรีและสถานประกอบการ ประเภทอู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป ในอำเภอเมือง จังหวัดสระบุรีซึ่ง ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. รูปแบบการจัดการศึกษาที่กำหนดขึ้น เป็นความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ เริ่มจากร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการการจัดการ ศึกษาสถานศึกษาจะรับผิดชอบการจัดการศึกษาในส่วนของเนื้อหาทฤษฎีและทักษะปฏิบัติงานพื้นฐาน ส่วน สถานประกอบการรับผิดชอบการจัดการศึกษาในส่วนของทักษะปฏิบัติงานอาชีพ โดยทำการวัดและ ประเมินผลร่วมกัน  2. การดำเนินการพัฒนาหลักสูตรที่สถานประกอบการต้องการ คือ หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นใน รายวิชาช่างเดินสายไฟเครื่องยนต์แก๊สโซลีนหวัดฉีดโดยมีเนื้อหาทฤษฎีและทักษะปฏิบัติงานพื้นฐาน ที่เรียนใน สถานศึกษา จำนวน 45 ชั่วโมงและฝึกทักษะปฏิบัติงานอาชีพ ในสถานประกอบการ จำนวน 15 ชั่วโมง 3. การดำเนินการจัดการศึกษา มีผู้สนใจสมัครเรียน 43คน วิทยาลัย ฯ คัดเลือกมาเป็นผู้เรียน 10 คน ดา เนินการสอนเนื้อหาทฤษฎีและทักษะปฏิบัติงานพื้นฐาน ที่วิทยาลัยสารพัด ช่างสระบุรี45 ชั่วโมงและฝึก ทักษะปฏิบัติงานจริงในอาชีพ ที่อู่วรรณาเซอร์วิส 15 ชั่วโมง โดยใช้ผู้ชำนาญงานจากสถานประกอบการเป็น ผู้สอนทักษะปฏิบัติงานจริงในอาชีพ จากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยรวมร้อยละ82.95 4. ผลการประเมินรูปแบบการจัดการศึกษา พบว่าผู้บริหารสถานศึกษามีความพึงพอใจในภาพรวม ระดับมากที่สุด (X4.61) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด มีเพียงสองข้อคำถามอยู่ในระดับพึงพอใจมากคือการเพิ่มจำนวนผู้เรียนหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นและผู้เรียนจบ การศึกษา ร้อยละ 100 เจ้าของสถานประกอบการ มีความพึงพอใจในภาพรวมระดับมากที่สุด (X4.71) เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่าส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด มีเพียงความสะดวกในการส่งบุคลากร เข้าร่วมการจัดการศึกษาอยู่ในระดับ มากครูผู้สอนมีความพึงพอใจในภาพรวมระดับมากที่สุด (X4.79) เมื่อ พิจารณาเป็นรายข้อพบว่ามีความพึงพอใจมากที่สุดทุกข้อคำถาม ผู้ชำนาญงานมีความพึงพอใจในภาพรวม ระดับมากที่สุด (X4.50) เมื่อพิจาณาเป็นรายข้อพบว่าในส่วนของเรื่องระยะเวลาในการสอนทักษะปฏิบัติงาน อาชีพ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับครูผู้สอนในสถานศึกษาอยู่ในระดับ พึงพอใจมาก ส่วนผู้จบการศึกษามี ความพึงพอใจในภาพรวม ระดับมากที่สุด (X4.74) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ามีความพึงพอใจมากที่สุด</description>
    <dc:date>2012-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/163">
    <title>การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะภาวะผู้นำสำหรับคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/163</link>
    <description>Title: การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะภาวะผู้นำสำหรับคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์; Curriculum Training Development to Raise&#xD;
Leadership Character for Students’ Club Committee&#xD;
Faculty of Home Economics Technology
Authors: ลัดดาวัลย์ ศรีนิมิตรแก้ว; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร.ภาควิชาเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์และออกแบบงานประดิษฐ
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำสำหรับ คณะกรรมการสโมสรนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์การวิจัยแบ่งเป็น 5ขั้นตอน ดังนี้ ตอนที่1 การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญและ การสำรวจ ความคิดเห็นความต้องการการเสริมสร้างภาวะผู้นำสำหรับคณะกรรมการสโมสรนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ จากอาจารย์ที่ ปรึกษากิจกรรมนักศึกษา และคณะกรรมการนักศึกษา พบว่าคุณลักษณะภาวะผู้นำสำหรับคณะกรรมการ สโมสรนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ที่จำเป็นต้องเสริมสร้างก่อน 4 อันดับแรกได้แก่ความรู้เกี่ยวกับภาวะผู้นำ และบทบาทหน้าที่ของผู้นำศิลปะการสื่อสารการสร้างมนุษย์สัมพันธ์และการพัฒนาทีมงานให้มีประสิทธิภาพขั้นตอนที่2 การร่างหลักสูตร นำผลจากขั้นตอนที่1 มาร่างหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐาน กระบวนการในขั้นตอนนี้คือการประเมินสภาพปัญหาและความจำเป็นของหลักสูตรหลักการของหลักสูตร จุดมุ่งหมายของหลักสูตรเนื้อหาสาระกิจกรรมกระบวนการฝึกอบรมสื่อและการวัดและประเมินผลจัดทำเป็นคู่มือประกอบการนาหลักสูตรไปใช้ขั้นตอนที่3 การประเมินโครงร่างหลักสูตร นำหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นไป ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหลักสูตรด้านภาวะผู้นำและด้านการฝึกอบรม จำนวน 5 คน ทำการประเมินผล ผล ปรากฏว่าหลักสูตรมีความเหมาะสมและสอดคล้องขั้นตอนที่4 การทดลองใช้หลักสูตร นำหลักสูตรการ ฝึกอบรมไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างคณะกรรมการสโมสรนักศึกษา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ จำนวน 35 คน พบว่า ประสิทธิภาพของหลักสูตรแต่ละหน่วยฝึกอบรมผ่านตามเกณฑ์ผลหารทดสอบวัดความรู้และเจตคติภาวะผู้นำก่อนและหลังการฝึกอบรม พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติผลการสังเกตทักษะภาวะผู้นำพบว่าอยู่ในระดับมากผลการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรฝึกอบรมจากกลุ่มตัวอย่างพบว่าหลักสูตรมีความเหมาะสมในระดับมากขั้นตอนที่5 การประเมินและปรับปรุงหลักสูตร ปรับปรุงแกไข้หลักสูตรฝึกอบรมเพื่อให้มีความเหมาะสมกับการนำไปประยกุต์ใช้เสริมสร้างภาวะผู้นำสำหรับคณะกรรมการสโมสรนักศึกษาคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์</description>
    <dc:date>2012-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/149">
    <title>ความสัมพันธ์ระหว่างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลและการเป็นสมาชิกกลุ่มไม่เป็นทางการกับประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/149</link>
    <description>Title: ความสัมพันธ์ระหว่างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลและการเป็นสมาชิกกลุ่มไม่เป็นทางการกับประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน; Relationshipbetween Interpersonal Relationship,&#xD;
Being a Member of Informal Groups with Work&#xD;
Efficiency of Employees
Authors: คเณศ จุลสุคนธ์; วิมล เหมือนคิด; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.สาขาวิชาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. คณะศิลปศาสตร์ประยุกต์.ภาควิชามนุษยศาสตร์
Abstract: การวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจมีวัตถุประสงค์เพื่อ1)ศึกษาระดับสัมพันธภาพระหว่างบุคคล การเป็นสมาชิกกลุ่มไม่เป็นทางการ และประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน 2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานโดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล3)ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการ เป็นสมาชิกกลุ่มไม่เป็นทางการของพนักงานกับประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน และ 4) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของพนักงานกับประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาคือ พนักงานของบริษัท ไทยออยล์จำกัด มหาชน และพนักงานของบริษัท กลุ่มนทลิน จำกัดจำนวน 283คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวและค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) พนักงานมีสัมพันธภาพระหว่างบุคคลและประสิทธิภาพในการทำงานอยู่ใน ระดับสูง และพนักงานเป็นสมาชิกกลุ่มไม่เป็นทางการอยู่ในระดับ ปานกลาง 2) พนักงานที่มีอายุและอายุงาน ต่างกันมีประสิทธิภาพในการทำงานแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญัทางสถิติที่ระดับ.053) การเป็นสมาชิกกลุ่ม ไม่เป็นทางการมีความสัมพันธ์กับ ประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) สัมพันธภาพระหว่างบุคคลมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.01</description>
    <dc:date>2012-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/146">
    <title>การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคโดยบูรณาการการสอนในสถานประกอบการ</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/146</link>
    <description>Title: การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคโดยบูรณาการการสอนในสถานประกอบการ; The Development of Dual Vocational Training Model&#xD;
by Integrated Learning Management in Enterprises
Authors: สิริชัย นัยกองศิริ; สุราษฎร์ พรมจันทร์; ปิยะ กรกชจินตนาการ; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.&#xD;
ภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล.สาขาวิจัยและพัฒนาการสอนเทคนิคศึกษา; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม.ภาควิชาครุศาสตร์เครื่องกล
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรูปแบบองค์ประกอบและประเมินรูปแบบการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีโดยบูรณาการการสอนในสถานประกอบการ ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่1 สร้างรูปแบบนำเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องจำนวน 38คน โดยใช้แบบสอบถามแบบมาตราส่วน ประมาณค่า 5ระดับ (Rating Scale) ผลการวิจัยพบว่าผู้เกี่ยวข้องเห็นด้วยกับรูปแบบระดับมาก(ค่าเฉลี่ย 4.42) ขั้นตอนที่2 สร้างองค์ประกอบ ประกอบด้วย1) คู่มือการดา เนินงานตามรูปแบบนา เสนอต่อผู้เกี่ยวข้องจำนวน 23คน 2) คู่มือการฝึกอาชีพ และ 3) เอกสารการฝึกอาชีพ น าเสนอต่อครูฝึกและครูนิเทศจำนวน 16คน ผลการวิจัยพบว่าคู่มือการดำเนินงานตามรูปแบบ คู่มือการฝึกอาชีพ และเอกสารการฝึกอาชีพ มีความเหมาะสม ระดับมาก(ค่าเฉลี่ย 4.48, 4.37และ 4.26 ตามลำดับ)ขั้นตอนที่3 ดำเนินงานตามรูปแบบและเก็บรวบรวม ข้อมูล กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขางานเทคนิคยานยนต์ จำนวน 30คน ครูฝึกจำนวน 8คน และครูนิเทศจำนวน 6คน เครื่องมือวิจัยเป็น แบบประเมินความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการวิจัยพบว่าความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ของ นักศึกษาสูงกว่าเกณฑ์(ร้อยละ 41.64และ 84.08 ตามลำดับ) ขั้นตอนที่4 ประเมินผลการดำเนินงานตาม รูปแบบ โดยประชุมกลุ่มย่อย(Syndicate) เป็นนักศึกษา จำนวน 30คน ครูฝึก จำนวน 8คน ครูนิเทศจำนวน 6คน และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 23คน ผลการวิจัยพบว่านักศึกษาครูฝึกและครูนิเทศพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบระดับมาก(ค่าเฉลี่ย 4.33, 4.35และ 4.28 ตามลำดับ)และผู้เกี่ยวข้องพึงพอใจต่อการ ดำเนินงานตามรูปแบบระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.56)</description>
    <dc:date>2012-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

