<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/89">
    <title>DSpace Collection: Research</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/89</link>
    <description>Research</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4989" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4932" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4931" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4930" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-14T15:26:08Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4989">
    <title>การพัฒนา pH-Sensing Film โดยใช้แอนโทไซยานินจากข้าวก่ำเพื่อ ประยุกต์ใช้เป็นอินดิเคเตอร์สำหรับบรรจุภัณฑ์ฉลาด</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4989</link>
    <description>Title: การพัฒนา pH-Sensing Film โดยใช้แอนโทไซยานินจากข้าวก่ำเพื่อ ประยุกต์ใช้เป็นอินดิเคเตอร์สำหรับบรรจุภัณฑ์ฉลาด
Authors: พุดกรอง พันธุ์อุโมงค์, ตระกูล พรหมจักร; กิติศาสตร์ กระบวน
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาพีเอชอินดิเตอร์ฟิลม์จากแอนโทไซยานินที่สกัดจากข้าวก่ำ (Oryza sativa L.) ส่าหรับประยุกต์ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ฉลาด ทำการศึกษาหาสูตรฟิลม์พื้นฐานที่เหมาะสมสองสูตร ได้แก่ ไคโตซาน (0.5-2%)/พีวี เอ (1%) และเมทิลเซลลูโลส (0.5-1.5%)/ไคโตซาน(1%) พบว่า การเตรียมฟิลม์โดยใช้ เมทิลเซลลูโลส 1.5% ร่วมกับไคโตซาน 1.0% และขึ้นรูปโดยวิธีcasting technique โดยใช้โพลีเอทิลีนไกลคอล (PEG 400) เป็นพลาสติกไทเซอร์ มีความเหมาะสมมากที่สุดโดยฟิลม์มีความเหนียว ยืดหยุ่นเล็กน้อย และสามารถลอกออกจากพิมพ์ได้ง่าย จากนั้นแอนโทไซยานินที่สกัดจากข้าวก่ำ (10-30%) จะถูกน่ามาผสมลงในส่วนผสมของฟิลม์พอลิเมอร์ผสมเมทิลเซลลูโลส/ไคโตซาน ทำการศึกษาสมบัติทางกายภาพ สมบัติทางกล และการตอบสนองต่อค่าพีเอชในสารละลายพี เอชมาตรฐาน (1-12) และในตัวอย่างอาหาร (ปลาหางแข็ง เนื้อสันในไก่ และสับปะรดหั่นชิ้น) ผลการศึกษาพบว่า ฟิลม์ที่เติมสารสกัดแอนโทไซยานิน (10-30%) มีความหนาของฟิลม์เพิ่มมากขึ้นและมีอัตราการซึมผ่านของน้ำลดลงลง การเติมสารสกัดแอนโทไซยานินโครงสร้างของฟิลม์แข็งแรงและมีความเป็นผลึกมากขึ้น โดยมีค่าแรงต้านทานการดึงขาดมากขึ้นและร้อยละการยืดตัวของฟิลม์ลดลง พีเอชอินดิเตอร์ฟิลม์สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงค่าพีเอชในสารละลายพีเอชมาตรฐานที่อยู่ในช่วง 1-12 ได้ โดยมีสีอยู่ในช่วงสีแดง (pH 1.0) ถึงสีเหลือง (pH 12.0) เมื่อเก็บรักษาตัวอย่างอาหารในสภาวะเร่ง (36 ± 2ºC) ฟิลม์สามารถบ่งชี้การเสื่อมคุณภาพของอาหารได้ โดยเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอ่อนอมชมพู (สีเริ่มต้นของฟิลม์) ไปเป็นสีน้ำตาลเข้มอมส้ม (ปลาหางแข็ง) สีน้ำตาลเข้มอมเทา (เนื้อสันในไก่) และสีส้มอ่อน (สับปะรดหั่นชิ้น) จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการเติมสารสกัดแอนโทไซยานินจากข้าวก่่าลงในฟิลม์พอลิเมอร์ผสมของเมทิลเซลลูโลส/ไคโตซาน สามารถประยุกต์ใช้เป็นพีเอชอินดิเคเตอร์ส่าหรับบรรจุภัณฑ์ฉลาดได้
Description: โครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ&#xD;
งบประมาณเงินรายได้ปี พ.ศ. 2562&#xD;
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4932">
    <title>การศึกษาความสามารถ ปัญหา และความต้องการในการใช้ ภาษาอังกฤษของนักศึกษาปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4932</link>
    <description>Title: การศึกษาความสามารถ ปัญหา และความต้องการในการใช้ ภาษาอังกฤษของนักศึกษาปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Authors: วิภาดา สุทธิโรจน์; พัสภ์ชญา พานพิชย์ทวี
Abstract: ประเทศไทยในปัจจุบัน ภาษาอังกฤษได้ รับการจัดให้ อยู่ ในสถานะภาษาต่างประเทศหลักกระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมสมรรถนะและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสามารถ ปัญหาและความต้องการในการใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อหาแนวทางที่ จะสามารถนำไปพัฒนากระบวนการการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในห้องเรียนให้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้เรียน ผู้วิจัยเลือกกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปี ที่ 1 ภาคปกติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ งานวิจัยนี้ทางการศึกษาโดยใช้แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์ โดยใช้แบบสอบถามเพื่อศึกษาความต้องการและ ปัญหาอุปสรรคในการเรียนภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ได้ทำการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวเนื่องหัวข้อความต้องการและปัญหาอุปสรรคในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในระดับอุดมศึกษา ผลการศึกษาพบว่านักศึกษาชั้นปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีปัญหากับทั้ง 4 ทักษะ ทักษะการฟัง การพูดการอ่าน และการเขียน ในระดับปานกลาง โดยมีปัญหาด้านทักษะการเขียนสูงที่สุด โดยประสบปัญหามากที่สุดในเรื่องไวยากรณ์ ในขณะที่ ความต้องการในการเรียนภาษาอังกฤษที่พบจากการวิเคราะห์แบบสอบถาม พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความต้องการทั้ง 4 ทักษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ในระดับปานกลาง โดยมีความต้องการด้านทักษะการอ่านสูงที่สุด โดยผู้วิจัยหวังว่าผลวิจัยนี้สามารถเป็นประโยชน์ในการวางแผนการจัดการ เรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษของกลุ่มรายวิชาศึกษาทั่วไปในอนาคตได้</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4931">
    <title>สภาพการอยู่อาศัยและแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษา ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4931</link>
    <description>Title: สภาพการอยู่อาศัยและแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษา ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
Authors: ภานุพงศ์ นิลตะโก
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ สภาพ และปัญหาการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ และสามารถเสนอแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 280 คน โดยการสุ่มแบบเชิงกลุ่ม บริเวณเก็บรวบรวบข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกต ผลการวิจัยพบว่าปัญหาการอยู่อาศัยที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด จำนวน 3 ลำดับ คือ ห้องน้ำ ห้องนอน และห้องนั่งเล่น โดยเสนอแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ดังนี้ ห้องน้ำ มีพื้นมีว่างภายในห้องน้ำเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ประตูแบบบานเปิดออกสู่ภายนอก สามารถเปิดค้างได้ไม่น้อยกว่า 90 องศา หรือเป็นแบบบานเลื่อน พื้นภายในต้องมีระดับเสมอกับพื้นภายนอก วัสดุปูพื้นต้องไม่ลื่น มีความลาดเอียงเพื่อให้น้ำสามารถระบายได้ง่าย โถส้วมชนิดนั่งราบมีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร มีพนักพิงหลัง ที่ปล่อยน้ำเป็นชนิดคันโยก หรือปุ่มกดขนาดใหญ่ มีด้านข้างด้านหนึ่งของโถส้วมอยู่ชิดพนังโดยมีระยะห่างวัดจากกึ่งกลางโถส้วมถึงผนังไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร มีราวจับที่ผนังเป็นแบบแนวนอนและแนวดิ่ง โดยราวจับในแนวนอนมีความสูงจากพื้น 65 - 70 เซนติเมตร และให้ยื่นล้ำออกมาจากด้านหน้าโถส้วมอีกไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 30 เซนติเมตร ราวจับในแนวดิ่งต่อจากปลายของราวจับในแนวนอนด้านหน้าโถส้วมมีความยาววัดจากปลายของราวจับในแนวนอนขึ้นไปอย ่างน้อย 60 เซนติเมตร และต้องมีราวจับเพื่อนำไปสู่สุขภัณฑ์อื่น ๆ ภายในห้องน้ำ มีความสูงจากพื้น 80 - 90 เซนติเมตร อ่างล้างมือด้านใต้ที่ติดกับผนังไปจนถึงขอบอ่างเป็นที่ว่าง เพื่อให้เก้าอี้ล้อสามารถสอดเข้าไปได้ โดยขอบอ่างอยู่ห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร และต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าประชิดได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง มีความสูงจากพื้นถึงขอบบนของอ่างไม่น้อยกว่า 75 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 80 เซนติเมตร และมีราวจับในแนวนอนแบบพักเก็บได้ในแนวดิ่งทั้งสองข้างของอ่าง ก๊อกน้ำเป็นชนิดก้านโยกหรือก้านกดหรือก้านหมุนหรือระบบอัตโนมัติ ที่อาบน้ำแบบฝักบัว มีพื้นที่ว่างขนาดไม่น้อยกว่า 110 เซนติเมตร และมีความยาวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร มีที่นั่งสำหรับอาบน้ำที่มีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร มีราวจับในแนวนอนที่ด้านข้างของที่นั่ง มีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 65 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 70 เซนติเมตร และยาวไม่น้อยกว่า 65 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 70 เซนติเมตร และมีราวจับในแนวดิ่งต่อจากปลายของราวจับในแนวนอน และมีความยาวจากปลายของราวจับในแนวนอนขึ้นไปอย่างน้อย 60 เซนติเมตร สิ่งของ เครื่องใช้หรืออุปกรณ์ภายในที่อาบน้ำให้อยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 120 เซนติเมตร ห้องนอน และห้องนั่งเล่น เตียงนอนหรือที่นอนมีความยาวไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร มีความสูงจากพื้นถึงระดับข้อพับเข่าไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร และมีที่ว่างรอบเตียงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างเพียงพอ อุปกรณ์ปิดเปิดไฟฟ้าวควรอยู่ใกล้กับเตียงนอน มีระยะเอื้อมถึงสูงจากพื้นไม่เกิน 90 เซนติเมตร เก้าอี้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร มีพนักพิง เครื่องใช้ควรเป็นชนิดไม่มีมุมแหลม และมีหน้าต่าง; This research is aimed to study the conditions of society, the economy and the living&#xD;
condition problems of elderly in order to suggest improvement of the housing. The sample&#xD;
consisted of 280 elderly living in Bo Suphan Sub-district, Song Phi Nong District, Suphan Buri. The&#xD;
research was conducted by cluster random sampling using interview and observation as the data&#xD;
collecting tools. The result found that 3 of the problems leading to the highest frequency of&#xD;
accidents were toilet, bedroom and living room. The suggestion of housing improvement guidelines&#xD;
for the elderly was as follow – Toilets should contain free space of not less than 150 cm in&#xD;
diameter, door openings to outside to be able to open not less than 90 degree or sliding door.&#xD;
Inside area should be in the same level with outside area, and the tiles must not be non-slip with&#xD;
slope allowing water drain easily. Toilet should not be less than 45 cm from the floor but not&#xD;
higher than 50 cm with backrest and flusher or big pressing button, one side of the toilet should&#xD;
be attached to the wall with the distance from the center of the toilet to wall not less than 45 cm&#xD;
but not more than 50 cm, the rail attached to the wall vertically and horizontally 65-70 cm from&#xD;
the floor and extending from the front of the toilet not less than 25 cm but not more than 30 cm.&#xD;
The vertical rail from the end of horizontal rail in front of the toilet should contain the length from&#xD;
its horizontal end 60 cm with the hand rails leading to other sanity wares in the toilet with 80-90&#xD;
cm. Hand washing sink attached to the wall to sink edge was the empty space for the wheelchair&#xD;
to fit the wheels. The sink edge should not be less than 45 cm away from the wall in the reachable&#xD;
location without any obstacle higher from the floor not less than 75 cm but not more than 80 cm&#xD;
with vertical adjustable horizontal rail on both sides. The faucet should be lever or push rod or&#xD;
rotating rod or automatic system. The shower should contain space not less than 110 cm and&#xD;
length not less than 120 cm with showering seat at least 45 cm from the floor but not higher than&#xD;
50 cm. The horizonal rail at the side of the seat was 65 cm from the floor but not higher than 70&#xD;
cm and the length of not less than 65 cm but not more than 70 cm. The vertical rail from the end&#xD;
of horizontal rail and the length of its end was not less than 60 cm. Other objects or equipment&#xD;
in the shower should not be less than 30 cm from the floor but not more than 120 cm. Bedroom&#xD;
and living rooms the bed should not be less than 180 cm long with the height from the floor to&#xD;
the knee not less than 40 cm but not more than 50 cm with the space around the bed not less&#xD;
than 90 cm. The electrical system should be enough with the electrical switch close to the bed.&#xD;
The reaching distance should not be more than 90 cm from the floor. The chair should not be less&#xD;
than 40 cm from the floor but not more than 50 cm with backrest. Electrical equipment should&#xD;
not have sharp edge. The windows should be provided
Description: โครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ&#xD;
งบประมาณรายได้ ปี พ.ศ. 2562&#xD;
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4930">
    <title>ปัจจัยที่มีผลต่อการสอบไม่ผ่านรายวิชาแคลคูลัสสำหรับวิศวกร 1 ของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4930</link>
    <description>Title: ปัจจัยที่มีผลต่อการสอบไม่ผ่านรายวิชาแคลคูลัสสำหรับวิศวกร 1 ของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Authors: ศุภมาศ ลี้ละภัย
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการสอบไม่ผ่านรายวิชาแคลคูลัสสำหรับวิศวกร 1 ของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการสอบไม่ผ่านรายวิชาแคลคูลัสสำหรับวิศวกร 1 ของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยมีตัวแปรปัจจัย 5 ด้าน คือ การสอนและเทคนิคการสอน 2) บุคลิกลักษณะของผู้สอน 3) สื่อประกอบการสอน 4) การวัดและการประเมินผล และ 5) พฤติกรรมของนักศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2557-2560มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาแคลคูลัสสำหรับวิศวกร 1 ภาคการเรียนที่ 1 ที่มีผลการเรียนไม่ผ่านในรายวิชาแคลคูลัสสำหรับวิศวกร 1 จำนวน 100 คน และ 2)อาจารย์ผู้สอนรายวิชาแคลคูลัสสำหรับวิศวกร 1 จากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการวิเคราะห์คำถามปลายเปิด ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยทั้ง 5 ด้าน คือ การสอนและเทคนิคการสอน บุคลิกลักษณะของผู้สอน สื่อประกอบการสอน การวัดและการประเมินผล และพฤติกรรมของนักศึกษา ส่งผลต่อการสอบไม่ผ่านรายวิชาแคลคูลัสสำหรับวิศวกร 1 ของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยปัจจัยที่อยู่ในระดับมากที่มีความสอดคล้องกันของความคิดเห็นของนักศึกษาและอาจารย์ผู้สอน คือ ด้านบุคลิกลักษณะของผู้สอนและด้านการสอน และเทคนิคการสอน มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของนักศึกษาและอาจารย์ผู้สอนด้านบุคลิกลักษณะของผู้สอน เท่ากับ 9.57 และ 11.02 ตามลำดับ ด้านการสอนและเทคนิคการสอน มีค่าค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของนักศึกษาและอาจารย์ผู้สอนเท่ากับ 8.31 และ 10.17 ตามลำดับ ผลจากการวิเคราะห์คำถามปลายเปิดพบว่า ความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของการสอบไม่ผ่านของนักศึกษาและอาจารย์ผู้สอนที่สอดคล้องกัน คือ 1) นักศึกษาไม่มีพื้นฐานด้านการเรียนเกี่ยวกับวิชาแคลคูลัส 2) เนื้อหาวิชาในบทเรียนมีปริมาณมากเกินไป 3) การไม่เข้าชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอ 4) การไม่ฝึกทำแบบฝึกหัดหรือฝึกทำโจทย์ แนวทางการแก้ไขปัญหาจากปัจจัยในแต่ละด้าน คือ 1) ปัจจัยด้านการสอนและเทคนิคการสอน มีแนวทางการแก้ไขปัญหาคือ จัดการเรียนปรับพื้นฐานรายวิชาแคลคูลัสสาหรับนักศึกษาคณวิศวกรรมศาสตร์ที่เข้าใหม่ก่อนเปิดเทอม ปรับปริมาณเนื้อหารายวิชาที่ซ้ าซ้อนให้น้อยลง เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ซักถามและแสดงความคิดเห็น ผู้สอนจัดหาแบบฝึกหัดที่หลากหลายให้นักศึกษา และจัดให้มีการสอนเสริมภายในกลุ่มนักศึกษาด้วยกัน 2) ปัจจัยด้านบุคลิกลักษณะผู้สอน มีแนวทางการแก้ไขปัญหาคือ ผู้สอนเข้าสอนตรงเวลาทุกครั้ง มีบุคลิกลักษณะที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักศึกษาทั้งการแต่งกายและกิริยา วาจา และสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ดี และมีการสอดแทรกประสบการณ์ของผู้สอนระหว่างการจัดการเรียนการสอน 3) ปัจจัยด้านสื่อประกอบการสอน มีแนวทางการแก้ไขปัญหาคือ จัดบันทึกไฟล์วีดีโอขณะอาจารย์ทาการสอนแล้วนาไปเผยแพร่ไว้ในโซเชียลมีเดียร์ผู้สอนเปิดช่องทางให้นักศึกษาได้ติดต่อสื่อสารได้หลากหลายช่องทาง และผู้สอนนำข้อสอบของปีก่อน ๆ มาให้นักศึกษาได้ฝึกทาโจทย์บ่อย ๆ ทั้งในเวลาเรียนและนอกเวลาเรียน 4) ปัจจัยด้านการวัดและการประเมินผล มีแนวทางการแก้ไขปัญหาคือ จัดให้มีการวัดและประเมินผลด้วยการทำแบบฝึกหัดก่อนเรียนและหลังเรียน ผู้สอนแจ้งให้นักศึกษาทราบถึงแนวทางการทดสอบล่วงหน้า และแจ้งผลการทดสอบให้นักศึกษาทราบภายหลังการทดสอบทุกครั้ง มีการทดสอบเก็บคะแนนหลาย ๆ ครั้ง มีเกณฑ์กำหนดการประเมินแบบอิงกลุ่ม และแยกเกณฑ์ประเมินระหว่างนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 กับนักศึกษาประกาศนียบัตร 5) ปัจจัยด้านพฤติกรรมนักศึกษา มีแนวทางการแก้ไขปัญหาคือ นักศึกษาต้องเข้าชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอ ต้องฝึกทำโจทย์และแบบฝึกหัดบ่อย ๆ และต้องส่งงานที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ผู้สอนทุกครั้ง; The purpose of this research is to investigate the factors affecting the non-passing&#xD;
calculus course for engineers 1 of the Faculty of Engineering students. Rajamangala&#xD;
University of Technology Krungthep And to study The solution to the problem of not&#xD;
passing the calculus course for engineers 1 of the Faculty of Engineering students.&#xD;
Rajamangala University of Technology Krungthep There are five factors that affect teaching&#xD;
and teaching techniques. 2) Personality of the instructor 3) Teaching media 4) Measurement&#xD;
and evaluation 5) Student behavior Research samples It comes from the specific selection&#xD;
(Purposive Sampling) divided into. 2 groups: 1) Faculty of Engineering, Academic year 2557-&#xD;
2060, University of Technology Rama IX Enrolled in Calculus for Engineers. 1) Calculus for&#xD;
engineers 1 from the Faculty of Science and Technology. 10 students from Rajamangala&#xD;
University of Technology The instruments used in the research were 5 scale rating scales.&#xD;
The statistics used for data analysis were percentage, mean, standard deviation and question&#xD;
analysis. Open end The research found that All five factors are teaching and teaching&#xD;
techniques. Personality of the instructor Teaching Materials Measurement and Evaluation&#xD;
And behavior of students Impact on the examination not pass the calculus course for&#xD;
engineers 1 students of the Faculty of Engineering. Rajamangala University of Technology&#xD;
Krungthep The factors at the high level were consistent.The opinions of students and&#xD;
instructors are: The personality of the instructor and the teaching. And teaching techniques&#xD;
The students 'and instructors' personal characteristics were 9.57 and 11.02 respectively. The&#xD;
mean scores of students and instructors were 8.31 and 10.17 respectively.&#xD;
The results from the analysis of open-ended questions. Comments about the&#xD;
reasons for failing the student and the corresponding instructor.&#xD;
1) Students do not have a basic course in calculus.&#xD;
2) The content of the lesson is too large.&#xD;
3) Not regularly attend classes.&#xD;
4) Do not practice exercises or practice. The problem solving approach from each factor is&#xD;
1) Teaching and Teaching Techniques There is a solution. Basic calculus&#xD;
courses for students who are new to the Faculty. Reduced volume of curriculum content.&#xD;
Opportunity for students to ask and comment. Instructors provide a variety of exercises for&#xD;
students. In addition, students are provided with additional instruction.&#xD;
2) Personality factors. There is a solution. The instructor attended every time.&#xD;
They have a good role model for students, dress and verbal and can control their emotions&#xD;
well. The instructor's experience during the learning process. Teaching.&#xD;
3) Factors in teaching media. There is a solution. Record video The teacher&#xD;
teaches and publishes in social media. Teachers open the channel for students.&#xD;
Can communicate in a variety of channels. And the instructor took the test of previous years&#xD;
to students to practice. Often in class time and outside classes.&#xD;
4) Measurement and Evaluation Factors There is a solution. Provide a&#xD;
measure. And evaluate by doing exercises before class and after class. Instructors inform&#xD;
students of the guidelines. Pre-testing Report the results to the students after the test.&#xD;
Multiple scoring tests are available. And the criteria for evaluation are the same between the&#xD;
sixth grade students and the diploma students.&#xD;
5) Student Behavior Factors There is a solution. Students must attend classes&#xD;
regularly. To practice the problem and practice often and to send the assignment assigned&#xD;
by the instructor every time.
Description: โครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ&#xD;
งบประมาณเงินรายได้พ.ศ. 2560&#xD;
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</description>
    <dc:date>2560-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

