<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/803">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/803</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/840" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/839" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/838" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/831" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-04-14T18:48:29Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/840">
    <title>การศึกษาอิเล็กโทรดไทเทเนียมอัลลอยด์ในการกัดเซาะด้วยไฟฟ้าบนวัสดุทังสเตนคาร์ไบด์</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/840</link>
    <description>Title: การศึกษาอิเล็กโทรดไทเทเนียมอัลลอยด์ในการกัดเซาะด้วยไฟฟ้าบนวัสดุทังสเตนคาร์ไบด์; A study of titanium alloy Ti-6Al-4V electrode during electrical discharge machining on tungsten carbide material
Authors: พิชัย จันทร์มณี; ดลธรรม เอฬกานนท์; สมชาย วนไทยสงค์; ไพบูลย์ หาญมนต์; สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของอิเล็กโทรดไทเทเนียมอัลลอยด์(Ti-6Al-4V) ด้วยกรรมวิธีการกัดเซาะด้วยไฟฟ้าบนวัสดุทังสเตนคาร์ไบด์ โดยการทดสอบค่าพารามิเตอร์และเงื่อนไขหลักที่สำคัญ ได้แก่ กระแสไฟฟ้า 7 ระดับ คือ 5, 10, 15, 20, 25, 30 และ 35 A ความต่างศักย์วงจรเปิดเท่ากับ 150 V ปัจจัยประสิทธิภาพ 76% และปรับค่าเวลาเปิด-ปิด (ขั้วบวก/ขั้วลบ) ผลการทดลองพบว่าค่ากระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการทดลองในระดับที่แตกต่างกัน ส่งผลกระทบต่อการสปาร์ควัสดุทังสเตนคาร์ไบด์คือ กระแสไฟฟ้า 30 A ทำให้อัตราการขจัดเนื้องานสูงสุดเท่ากับ 3.900 mm2/min และเกิดอัตราการสึกหรอของอิเล็กโทรดค่อนข้างสูง ส่วนกระแสไฟฟ้าที่ 5 A ทำให้อัตราการขจัดเนื้องานต่ำสุดเท่ากับ 0.693 mm2/min และเกิดอัตราการสึกหรอของอิเล็กโทรดค่อนข้างต่ำ จากการตรวจสอบพื้นผิวของวัสดุทดสอบและอิเล็กโทรดหลังทำการสปาร์ค พบว่าพื้นผิวชิ้นงานและผิวอิเล็กโทรดที่มีความหยาบผิวต่ำสุดในกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพของอิเล็กโทรดไทเทเนียมอัลลอยด์มีลักษณะผิวงานค่อนข้างเรียบ ไม่เกิดรอยร้าวและรูพรุนบนผิวงาน</description>
    <dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/839">
    <title>การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำพริกกบของชุมชนบ้านตรอกปลาไหล ตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/839</link>
    <description>Title: การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำพริกกบของชุมชนบ้านตรอกปลาไหล ตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัด ปราจีนบุรี; Development of frog chilli paste for Trok Pla-Lai Community, Yan-Ri District, PrachinBuri Province
Authors: รุ่งทิพย์ วงศ์ต่อม; วิภาวัน จุลยา; ดวงฤทัย ธำรงโชติ; สาขาวิชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำพริกกบของชุมชน บ้านตรอกปลาไหล ตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยการแยกชิ้นส่วน ซึ่งในกบ 1 ตัวทำการแยกออกเป็นชิ้นส่วนได้ 5 ส่วน คือ ส่วนน่อง ขาหน้าติดอก พื้นท้อง กระดูกสันหลัง และหัว ยกเว้น เครื่องใน และหนัง แล้วนำไปทำการทอดที่อุณหภูมิ 180±5 องศาเซลเซียส จนกระทั่งเหลือความชื้น 35±5% ต่อด้วยการอบแห้งในตู้อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 80±5 องศาเซลเซียส จนกระทั่งเหลือความชื้น 15±3% ส่วนน่อง 1,375±0.28 กรัม มากสุด และส่วนพื้นท้องต่ำสุด 256±0.40 กรัม เมื่อนำชิ้นส่วนกบแห้งร้อยละ 25 ไปทำเป็นผลิตภัณฑ์น้ำพริก พบว่าน้ำพริกกบจากส่วนน่อง ได้รับคะแนนการยอมรับทางประสาทสัมผัสมากที่สุด โดยมีคะแนนความชอบโดยรวมเท่ากับ 8.54±1.22 ส่วนน้ำพริกกบจากส่วนกระดูกสันหลังได้รับคะแนนการยอมรับทางประสาทสัมผัสต่ำที่สุดโดยมีคะแนนความชอบโดยรวมเท่ากับ 5.15±1.36 และเมื่อนำไปถ่ายทอดให้กับกลุ่มชุมชนเป้าหมาย พบว่าผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อสูตรน้ำพริกกบเทคนิคการถ่ายทอดความรู้จากทีมวิทยากร และการนำความรู้ไปใช้ ในระดับคะแนนพอใจมาก</description>
    <dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/838">
    <title>เทคนิคการโปรแกรมภาษาซีสำหรับขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมในงานคำนวณทางวิศวกรรมไฟฟ้า</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/838</link>
    <description>Title: เทคนิคการโปรแกรมภาษาซีสำหรับขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมในงานคำนวณทางวิศวกรรมไฟฟ้า; C Language Programming Techniques for Genetic Algorithm in Electrical Engineering computations
Authors: ชัยณรงค์ วิเศษศักดิ์วิชัย; ประเสริฐ เผ่าชู; สายชล ชุดเจือจีน; สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ; สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Abstract: โครงสร้างของการโปรแกรมภาษาซีมีความเหมาะสมกับงานคำนวณทางวิศวกรรม โดยเฉพาะกับเทคนิคการโปรแกรมเชิงวัตถุ(Object-Oriented Programming; OOP) ที่จะทำการนำเสนอ ได้ดำเนินการบนภาษาการโปรแกรมซีพลัสพลัส(C++) ซึ่งเป็นส่วนขยายของภาษาซี วัตถุทางโปรแกรมของภาษาได้ถูกใช้เพื่อการสร้างขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรมโดยจัดเป็นนามธรรมทางข้อมูล สำหรับปัญหาทางคณิตศาสตร์ในงานคำนวณทางวิศวกรรมไฟฟ้า ตัวตั้งต้นแบบ(constructor) ของวัตถุบนฐานคลาสที่สร้างขึ้นได้ถูกใช้ในเป้าหมายการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับโครโมโซม (chromosome) ประกอบด้วยขนาด รูปแบบ และจำนวนยีน (gene) ของขั้นตอนวิธีเชิงพันธุกรรม ที่ซึ่งลักษณะสมบัติประจำตัวต่าง ๆ ของโครโมโซมจะถูกนิยามด้วยสมาชิกข้อมูลของคลาส C++ ขณะที่ตัวดำเนินการเชิงพันธุกรรมและกระบวนการวิวัฒนาการจะถูกดำเนินงานด้วยสมาชิกฟังก์ชันวัตถุเชิงพันธุกรรมของบทความนี้ให้ผลเป็นที่น่าพอใจสำหรับผลเฉลยเชิงตัวเลขของปัญหาการจ่ายกำลังไฟฟ้าอย่างประหยัด และการไหลของภาระในระบบบกำลังไฟฟ้า</description>
    <dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/831">
    <title>ผลของปุ๋ยต่อผลผลิตใบมะรุม</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/831</link>
    <description>Title: ผลของปุ๋ยต่อผลผลิตใบมะรุม; Effect of Fertilizer on Yield of Moringa Leave
Authors: ศีลศิริ สง่าจิตร; ประเทือง สง่าจิตร; วีระชัย บุญไทย; สาขาพืชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชนิดปุ๋ยที่เหมาะสมต่อการผลิตใบมะรุม จากการปลูกมะรุมที่ไม่ใส่ปุ๋ยใส่ปุ๋ยอินทรีย์ และใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีที่มีธาตุปุ๋ย N P K แตกต่างกัน เก็บผลผลิตใบโดยตัดส่วนยอดยาว 20 ซ.ม. ทำให้แห้งโดยผึ่งในที่ร่ม บันทึกข้อมูลน้ำหนักลด น้ำหนักแห้ง โดยแยกส่วนใบและก้านใบ ผลการทดลองพบว่าหลังปลูก 6 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ และเก็บเกี่ยวได้ 7 ครั้งในรอบปี แต่ละครั้งมีต้นให้ผลผลิตร้อยละ 51 การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ย NK ให้ผลผลิตที่ดีที่สุดโดยให้ผลผลิตสดและใบแห้งเป็น 3419.9 และ 576.25 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี รองลงมาเป็นการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ย NP ร่วมกับ K โดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ย K มีประสิทธิภาพผลผลิตสูงสุด รองลงมาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับ NK และปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ย N ดังนั้นการให้ปุ๋ยกับมะรุมเพื่อใช้ใบ ควรใส่ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนร่วมกับโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัส สัดส่วนใบสดต่อใบแห้งเป็น 4-6 กิโลกรัมต่อใบแห้ง 1 กิโลกรัม</description>
    <dc:date>2559-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

