<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/20">
    <title>DSpace Community: Faculty of Textile Industry</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/20</link>
    <description>Faculty of Textile Industry</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4820" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4818" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4817" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4816" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2025-11-02T13:25:47Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4820">
    <title>การพัฒนาเส้นใยข่าเพื่องานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4820</link>
    <description>Title: การพัฒนาเส้นใยข่าเพื่องานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
Authors: ธนาสินีย์ ธีรโชติภักดี
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในสกัดเส้นใยจากลำต้นข่าแดงด้วย&#xD;
สารละลายโชเดียมคาร์บอเนตเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ศึกษาสมบัติและองค์ประกอบของเส้นใยใยที่&#xD;
สกัดได้ รวมทั้งศึกษาสมบัติของเส้นด้ายและผ้าทอที่ผลิตจากเส้นใยข่า ผลการทดลองพบว่าการใช้&#xD;
สารละลายโชเดียมไบคาร์บอเนตที่ความเข้มข้นร้อยละ 15 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ให้ความร้อนที่&#xD;
อุณหภูมิ 95 องศาเซลเชียส เวลาในการสกัด 90 นาที มีประสิทธิภาพในการสกัดเส้นใยจากต้นข่ามาก&#xD;
ที่สุด โดยมีปริมาณผลผลิตเส้นใยร้อยละ 73.89 เซลลูโลส ร้อยละ 71.11 + 0.18 เฮมิเซลโลสร้อยละ&#xD;
16.18 + 0.22 ลิกนินร้อยละ 12.41 + 0.25 การปั่นด้ายโดยใช้เส้นใยข่ากับเส้นใยฝ้ายในอัตราส่วน&#xD;
10 ต่อ 90 ได้เส้นด้ายที่มีขนาด 3.16 + 1.32 Ne ซึ่งสามารถนำเส้นด้ายนี้ไปใช้เป็นเส้นด้ายพุ่งสำหรับ&#xD;
การทอผ้าด้วยมือเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระเป้าซึ่งผ้าที่ทอได้มีน้ำหนักเฉลี่ย 327.69 + 11.54 กรัม&#xD;
ต่อตารางเมตร ผ้าทอจากผลการประเมินแบบความพึงพอใจในต้นแบบผลิตภัณฑ์จากผู้ตอบ&#xD;
แบบสอบถามที่อาศัยอยู่ในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 100 คน มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ&#xD;
ต่อผลิตภัณฑ์กระเป้าผ้าใยข่าทอมือในระดับมาก โดยมีความพึงพอใจเฉลียในภาพรวมเท่ากับ 4.30 +&#xD;
0.11 และรูปทรงของผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกชื้อผลิตภัณฑ์กระเป้าจาก&#xD;
เส้นใยข่า; The study aimed to determine the optimal conditions for extracting fibers from red galangal stems using a sodium bicarbonate solution for textile product design. The composition and properties of the extracted fibers were studied, as well as the properties of the yarns and fabrics produced from galangal fibers. The results showed that the optimal conditions for extracting galangal fibers were a 15% sodium bicarbonate solution for 90 min, yielding of 73.89% fibers containing 71.11 ± 0.18% cellulose, 16.18 ± 0.22% hemicellulose, and 12.41 ± 0.25% lignin. Galangal fibers were mixed with cotton fibers at a ratio of 10:90 to achieve a yarn size of 3.16 ± 1.32 Ne. These yarns were used as weft yarns in hand-weaving fabric for bag production, with a fabric weight of 327.69 ± 11.54 g/m². A satisfaction survey of 100 respondents living in Bangkok indicated a high level of satisfaction with the handmade galangal fiber bags, with an overall average satisfaction score of 4.30 ± 0.11. The shape of the product is a factor that influences the decision to purchase galangal fibers bags.</description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4818">
    <title>การออกแบบหมวกบักเก็ตจากเศษผ้าเหลือใช้ในร้านเย็บ  ผ้าด้วยด้วยเทคนิคตัดต่อและการปัก แรงบันดาลใจจาก  ถนนย่านเจริญกรุง</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4818</link>
    <description>Title: การออกแบบหมวกบักเก็ตจากเศษผ้าเหลือใช้ในร้านเย็บ  ผ้าด้วยด้วยเทคนิคตัดต่อและการปัก แรงบันดาลใจจาก  ถนนย่านเจริญกรุง
Authors: วรรณ์ลิสา ทองสว่าง
Abstract: โครงงานการออกแบบหมวกบักเก็ตจากเศษผ้าเหลือใช้ในร้านเย็บผ้า ด้วยเทคนิคการตัดต่อ &#xD;
และการปัก แรง บันดาลใจจากถนนย่านเจริญกรุง มีวัตถุประสงค์เพื่อการออกแบบหมวกบักเก็ตจาก การนําเศษผ้ามา ติดต่อเป็นหมวกและนํามาปักลวดลายโดยได้รับการปักแรงบันดาลใจมาจากถนน ย่านเจริญกรุงกลุ่มเป้าหมายคือ เพศชายและหญิงอายุ20-40 ปี วัสดุหลักที่ใช้คือ ผ้าฝ้าย เครื่องมือที่ใช้ คือ จักรเย็บผ้าและเครื่องปักผ้าดิจิตอล โดยมีกระบวนการทํางาน ดังนี้ 1.ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง 2 วิเคราะห์ข้อมูล 3.ทําแบบร่างผลิตภัณฑ์ 4. คัดเลือกและพัฒนาแบบ 5. ปฏิบัติการทําต้นแบบ ผลิตภัณฑ์ 6.ประเมินผลผลิตภัณฑ์ ผลที่ได้รับจากการดําเนินงาน คือ หมวกบักเก็ต ขนาดรอบศรีษะ &#xD;
58 เซนติเมตร ความกว้างหน้าหมวก 9 เซนติเมตร ความกว้างปีกหมวก 7 เซนติเมตร ขนาดปัก ลวดลายหมวกบักเก็ต ขนาดความกว้าง 12 เซนติเมตรและ 25 เซนติเมตร ขนาดความสูง 9 เซนติเมตร จํานวน 6 ใบ ประกอบด้วย 1ลาย สถานที่ท่องเที่ยวเอเชียทีค 2.ลายตลาดน้อย 3.ลายร้าน หม่าล่าจันทน์เจริญ 4.ลายไปรษณีย์กลาง ลวดลายทั้ง 5.ลายตลาดน้อย2 6.ลายสีสันย่านเจริญกรุง ใช้ สีโทนเดียวกัน คือ สีเหลืองทอง (Golden yellow) สีเขียวเข้ม (Dark green) สีแดงเข้ม (Deep red) สีน้ําเงิน (blue) และสีครีมเหลือง (Cream yellow) ผลจากการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่ม ตัวอย่าง 4 กลุ่มคือ ผู้เชี่ยวชาญ นักท่องเที่ยว นักเรียนนักศึกษา ประชาชนทั่วไป พบว่าความพึงพอใจ รูปแบบของหมวกจากมากไปน้อยคือรูปแบบที่ 4,5,6,1,3 และ 2 ตามลําดับ</description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4817">
    <title>การออกแบบเครื่องแต่งกายและลวดลาย  ด้วยเทคนิคอีโคพริ้นต์</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4817</link>
    <description>Title: การออกแบบเครื่องแต่งกายและลวดลาย  ด้วยเทคนิคอีโคพริ้นต์
Authors: คฑามาศ สุวรรณ
Abstract: โครงงานนี้ศึกษาการออกแบบเครื่องแต่งกายประเภทเสื้อครอปทอปและพิมพ์ลวดลายจากสี &#xD;
ธรรมชาติด้วยเทคนิคEco-printingสําหรับกลุ่มเป้าหมายสตรีอายุ19-25 ปี โดยกระบวนการทํางาน &#xD;
ดังนี้ 1.ศึกษาข้อมูลขั้นตอนการพิมพ์ลวดลายด้วยเทคนิค Eco-printing 2. ทดลองพิมพ์กับผ้าชนิด 3. ให้กลุ่มเป้าหมายทําแบบสอบถามในการคัดเลือกลวดลายผ่าน Google forms 4. ออกแบบและ ผลิตเครื่องแต่งกายแฟชั่นประเภทครอปท็อป (crop top) โดยผลที่ได้จากการดําเนินงานคือ เครื่อง แต่งกายประเภทครอปทอป จํานวน 1 คอลเลคชั่น จํานวน 5 ชุด และผ้าผืน 5 ผืน ขนาดยาว2เมตร กว้าง50นิ้ว โดยมีใบไม้ประกอบด้วย 1. ใบสบู่แดง 2. ใบระหุ่ง 3. ใบยูคาลิปตัส 4. ดอกดาวกระจาย</description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4816">
    <title>การศึกษาเครื่องจักรปักอัตโนมัติ Happy Japan รุ่น HCD3E-1501-40 เพื่อต่อยอดงานแฟชั่น</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4816</link>
    <description>Title: การศึกษาเครื่องจักรปักอัตโนมัติ Happy Japan รุ่น HCD3E-1501-40 เพื่อต่อยอดงานแฟชั่น
Authors: ชลิดา โพพะนา; พัชรมัย คงปาน
Abstract: ปัจจุบันนี้ประเทศไทยได้มีการนําเครื่องจักรปักอัตโนมัติเข้ามาใช้ในการทําปักงาน &#xD;
ศิลปหัตถกรรมในการสร้างลวดลายบนผ้าเพื่อเสริมความสวยงาม สามารถสร้างงานปักได้อย่างรวดเร็ว &#xD;
ช่วยลดระยะเวลาในการทํางาน เป็นการเพิ่มความสวยงาม และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ &#xD;
ในการจัดทําโครงงานนี้ คณะผู้จัดทําได้ศึกษาการใช้งานของเครื่องจักรปักอัตโนมัติ Happy Japan รุ่น HCD3E-1501-40 เพื่อต่อยอดงานแฟชั่น รวมทั้งทําการออกแบบลายปักในหัวข้อ “ไม้ดอก ไม้ประดับ” และทําการปักงานที่มีวัสดุแตกต่างกัน 3 ลักษณะ ได้แก่ ปักงานบนวัสดุละลายน้ํา ปักงาน บนถุงพลาสติกและกระดาษสําหรับทําการฉลุงานปัก และปักงานบนวัสดุในคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ เป็นเศษเส้นใย เศษเส้นด้ายและเศษผ้า เพื่อเพิ่มผิวสัมผัสของงานปัก รวมทั้งสิ้น 46 ชิ้นงาน และนํา ชิ้นงานทั้งหมดไปประกอบเป็นชุดผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย 1 ชุดผลิตภัณฑ์ โดยมีแรงบันดาลใจในการ ออกแบบจากการจัดช่อดอกไม้ จนเกิดเป็นชุดผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย ชื่อผลงานว่า “Bussaba &#xD;
arabesque”</description>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

