<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/19">
    <title>DSpace Community: Research and Development Institute</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/19</link>
    <description>Research and Development Institute</description>
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4990" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4989" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4932" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4931" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2026-05-30T09:00:24Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4990">
    <title>หมึกพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับการตรวจจับแก๊ส</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4990</link>
    <description>Title: หมึกพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับการตรวจจับแก๊ส
Authors: อุดมเดช ภักดี; บุญชัย ด้วงสวัสด์; อนัญญา ไทยบุญนาค; สุวรรณา รุ่งเรือง
Abstract: การเติบโตของเส้นใยนาโนคาร์บอนแบบเกลียวสามารถเกิดขึ้นบนฟิล์มอินโคเนล 600 ที่ได้จากการสปัตเตอริงลงบนแผ่นรองรับซิลิกอนตามด้วยกระบวนการตกสะสมไอเชิงเคมีด้วยความร้อนโดยใช้แก๊สอะเซทิลีนเป็นแหล่งกําเนิดคาร์บอนร่วมกับแก๊สซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ เส้นใยนาโน&#xD;
คาร์บอนแบบเกลียวถูกใช้ในการเตรียมหมึกพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับการประดิษฐ์แก๊สเซ็นเซอร์ แบบยืดหยุ่นและตรวจวัดได้ที่อุณหภูมิห้อง หมึกพิมพ์ในบทบาทชั้นฟิล์มตรวจจับแก๊สถูกเคลือบลงบนแผ่นรองรับพลาสติกที่มีขั้วไฟฟ้าเงินโดยวิธีการหยด ก่อนการหยดชั้นฟิล์ม เส้นใยนาโนคาร์บอนแบบ&#xD;
เกลียวถูกทําให้บริสุทธิ์โดยการปรับปรุงพื้นผิวด้วยความร้อนและกรด จากนั้นตัวอย่างถูกนําไปทําให้กระจายตัวในตัวทําละลายต่างๆ ได้แก่ น้ําไม่มีประจุ เอทานอล และไดเมททิลซัลฟอกไซด์ เพื่อทําการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์ถูกวัดโดยสังเกตจากการตอบสนองต่อแก๊สแอมโมเนีย และสารประกอบอินทรีย์ระเหย ได้แก่ เอทานอล เมทานอล และไดเมทิลฟูมาเรท โดยใช้ความเข้มข้นเท่ากับ 1000 ppm ดําเนินการที่อุณหภูมิห้อง เนื่องจากเส้นฐานความต้านทานของเซ็นเซอร์อยู่ในช่วงการทํางาน (กิโลโอห์ม) ดังนั้น เส้นใยนาโนคาร์บอนแบบเกลียวที่เตรียมโดยใช้น้ําไม่มีประจุเป็น&#xD;
ตัวทําละลายจึงแสดงคุณสมบัติการเลือก และการตอบสนองต่อแก๊สแอมโมเนียได้ดีที่สุด กลไกการตรวจจับแก๊สของเซ็นเซอร์เส้นใยนาโนคาร์บอนแบบเกลียว ถูกกล่าวถึงว่าเป็นผลเนื่องมาจากกระบวนการจากปฏิกิริยารีดิวซ์ระหว่างโมเลกุลแอมโมเนียและออกซิเจนบนพื้นผิวของเส้นใยนาโนคาร์บอนแบบเกลียวที่ผ่านกระบวนการทําให้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ ท่อนาโนคาร์บอนชนิดผนังหลายชั้นถูกสังเคราะห์บนฟิล์มบางทองคําโดยใช้กระบวนการตกสะสมไอเชิงเคมีด้วยความร้อน ฟิล์มบางทองคําถูกทําให้เปลี่ยนเป็นอนุภาคตัวเร่งปฏิกิริยาขนาดนาโนเมตรโดยการใช้กระบวนการระดมยิง&#xD;
ด้วยไอออนของแก๊สอาร์กอนที่กําลังไฟฟ้ากระแสตรงเท่ากับ 216 วัตต์ การศึกษาลักษณะทางกายภาพของท่อนาโนคาร์บอนที่สังเคราะห์ได้ พบว่า อุณหภูมิในการสังเคราะห์ มีผลกับลักษณะทางกายภาพของท่อนาโนคาร์บอน จากนั้นท่อนาโนคาร์บอนถูกทําให้บริสุทธิ์โดยใช้การปรับปรุงพื้นผิวด้วยความร้อนและกรด ตัวอย่างถูกนําไปทําให้กระจายตัวในน้ําไม่มีประจุโดยใช้การสั่นด้วยความถี่เหนือเสียง ท่อนาโนคาร์บอนในรูปสารละลายถูกผสมกับพอลิเมอร์นําไฟฟ้า (PEDOT:PSS) เพื่อเตรียมเป็นหมึกพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ หมึกพิมพ์ถูกเคลือบลงบนแผ่นรองรับพลาสติก พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต&#xD;
ที่มีขั้วไฟฟ้าเงินโดยวิธีการเคลือบแบบหยดและแบบพิมพ์อิงค์เจ็ท เพื่อเปรียบเทียบการตรวจจับแก๊สแอมโมเนียและสารประกอบอินทรีย์ระเหย ที่อุณหภูมิห้อง จากผลการทดลอง พบว่า คุณสมบัติการตอบสนองต่อแก๊ส ความไว และการเลือกของเซ็นเซอร์ สําหรับการตรวจจับแก๊สแอมโมเนียถูกเพิ่มประสิทธิภาพได้โดยการใช้เทคนิคการพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท กลไกการตรวจจับแก๊สแอมโมเนียของเซ็นเซอร์ ถูกกล่าวถึงว่าเป็นผลเนื่องมาจากพฤติกรรมการบวมของพอลิเมอร์ จากการแพร่ของโมเลกุลแอมโมเนียเข้าไปยังเมทริกซ์ของพอลิเมอร์ สําหรับท่อนาโนคาร์บอนชนิดผนังหลายชั้น ถูกกล่าวถึงว่าทําหน้าที่เป็นเส้นทางการนําเพื่อเพิ่มสัญญาณในการตรวจจับแก๊ส; Growth of helical carbon coils can be achieved by sputtered Inconel 600 films on silicon (Si) substrates followed by thermal chemical vapor deposition (CVD)using acetylene as a carbon source along with the injection of sulfur hexafluoride (SF6). The coils were used to prepare electronic ink for fabrication of flexible room temperature gas sensors. The ink as a sensing film was deposited onto silver-screenprinted plastic substrates by drop casting. Before dripping the sensing film, the coils were purified using oxidation and acid treatments. The purified coils were then dispersed in different solvents such as deionized water (DI water), ethanol and dimethyl sulfoxide (DMSO) for comparisons. The performance of sensors was investigated for its response to ammonia (NH3) and volatile organic compounds (VOCs) including ethanol, methanol, and dimethylformamide (DMF) in concentration of 1000 ppm at room temperature. Because the baseline resistance of sensor falls within the working range (i.e. kΩ), the coils dispersed in DI water are performed to show the highest selectivity and response to NH3. The sensing mechanism of helically coiled carbon gas sensors has been also discussed based on the reducingreaction process between NH3 and chemisorbed oxygen on the surface of purified&#xD;
carbon coils. Moreover, multi-walled carbon nanotubes (MWCNTs) have been synthesized on thin gold (Au) films using thermal chemical vapor deposition (CVD). The films were evolved to catalytic Au nanoparticles (Au NPs) by plasma argon (Ar)&#xD;
ion bombardment with a direct current (DC) power of 216 W. The characteristics of the MWCNTs grown on Au catalysts are strongly dependent on the growth temperature in thermal CVD process. The MWCNTs were then purified by oxidation and acid treatments. After purifying the MWCNTs, they were dispersed in deionized water (DI water) under continuous sonication. The MWCNT solution was then ultrasonically dissolved in a conducting polymer mixture of poly(3,4- ethylenedioxythiophene):poly(styrenesulfonate) (PEDOT:PSS) to prepare for an electronic ink. The ink was deposited onto the flexible and transparent plastic substrates such as polyethylene terephthalate (PET) with fabricated silver interdigitated electrode using two methods such as drop casting and inkjet printing to compare in the detection of ammonia (NH3) and other volatile organic compounds (VOCs) at room temperature. Based on the results, the gas response, sensitivity and selectivity properties of MWCNT-PEDOT:PSS gas sensor for NH3 detection are&#xD;
significantly enhanced by using inkjet printing technique. The sensing mechanism of fabricated gas sensor exposed to NH3 has been also proposed based on the swelling behaviour of polymer due to the diffusion of NH3 molecules into the polymer matrix.&#xD;
For the MWCNTs, they were mentioned as the conductive pathways for the enhancement of gas sensing signals.
Description: โครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ&#xD;
งบประมาณเงินรายได้ปี พ.ศ. 2562&#xD;
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4989">
    <title>การพัฒนา pH-Sensing Film โดยใช้แอนโทไซยานินจากข้าวก่ำเพื่อ ประยุกต์ใช้เป็นอินดิเคเตอร์สำหรับบรรจุภัณฑ์ฉลาด</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4989</link>
    <description>Title: การพัฒนา pH-Sensing Film โดยใช้แอนโทไซยานินจากข้าวก่ำเพื่อ ประยุกต์ใช้เป็นอินดิเคเตอร์สำหรับบรรจุภัณฑ์ฉลาด
Authors: พุดกรอง พันธุ์อุโมงค์, ตระกูล พรหมจักร; กิติศาสตร์ กระบวน
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนาพีเอชอินดิเตอร์ฟิลม์จากแอนโทไซยานินที่สกัดจากข้าวก่ำ (Oryza sativa L.) ส่าหรับประยุกต์ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ฉลาด ทำการศึกษาหาสูตรฟิลม์พื้นฐานที่เหมาะสมสองสูตร ได้แก่ ไคโตซาน (0.5-2%)/พีวี เอ (1%) และเมทิลเซลลูโลส (0.5-1.5%)/ไคโตซาน(1%) พบว่า การเตรียมฟิลม์โดยใช้ เมทิลเซลลูโลส 1.5% ร่วมกับไคโตซาน 1.0% และขึ้นรูปโดยวิธีcasting technique โดยใช้โพลีเอทิลีนไกลคอล (PEG 400) เป็นพลาสติกไทเซอร์ มีความเหมาะสมมากที่สุดโดยฟิลม์มีความเหนียว ยืดหยุ่นเล็กน้อย และสามารถลอกออกจากพิมพ์ได้ง่าย จากนั้นแอนโทไซยานินที่สกัดจากข้าวก่ำ (10-30%) จะถูกน่ามาผสมลงในส่วนผสมของฟิลม์พอลิเมอร์ผสมเมทิลเซลลูโลส/ไคโตซาน ทำการศึกษาสมบัติทางกายภาพ สมบัติทางกล และการตอบสนองต่อค่าพีเอชในสารละลายพี เอชมาตรฐาน (1-12) และในตัวอย่างอาหาร (ปลาหางแข็ง เนื้อสันในไก่ และสับปะรดหั่นชิ้น) ผลการศึกษาพบว่า ฟิลม์ที่เติมสารสกัดแอนโทไซยานิน (10-30%) มีความหนาของฟิลม์เพิ่มมากขึ้นและมีอัตราการซึมผ่านของน้ำลดลงลง การเติมสารสกัดแอนโทไซยานินโครงสร้างของฟิลม์แข็งแรงและมีความเป็นผลึกมากขึ้น โดยมีค่าแรงต้านทานการดึงขาดมากขึ้นและร้อยละการยืดตัวของฟิลม์ลดลง พีเอชอินดิเตอร์ฟิลม์สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงค่าพีเอชในสารละลายพีเอชมาตรฐานที่อยู่ในช่วง 1-12 ได้ โดยมีสีอยู่ในช่วงสีแดง (pH 1.0) ถึงสีเหลือง (pH 12.0) เมื่อเก็บรักษาตัวอย่างอาหารในสภาวะเร่ง (36 ± 2ºC) ฟิลม์สามารถบ่งชี้การเสื่อมคุณภาพของอาหารได้ โดยเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอ่อนอมชมพู (สีเริ่มต้นของฟิลม์) ไปเป็นสีน้ำตาลเข้มอมส้ม (ปลาหางแข็ง) สีน้ำตาลเข้มอมเทา (เนื้อสันในไก่) และสีส้มอ่อน (สับปะรดหั่นชิ้น) จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการเติมสารสกัดแอนโทไซยานินจากข้าวก่่าลงในฟิลม์พอลิเมอร์ผสมของเมทิลเซลลูโลส/ไคโตซาน สามารถประยุกต์ใช้เป็นพีเอชอินดิเคเตอร์ส่าหรับบรรจุภัณฑ์ฉลาดได้
Description: โครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ&#xD;
งบประมาณเงินรายได้ปี พ.ศ. 2562&#xD;
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4932">
    <title>การศึกษาความสามารถ ปัญหา และความต้องการในการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4932</link>
    <description>Title: การศึกษาความสามารถ ปัญหา และความต้องการในการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Authors: วิภาดา สุทธิโรจน์; พัสภ์ชญา พานพิชย์ทวี
Abstract: ประเทศไทยในปัจจุบัน ภาษาอังกฤษได้ รับการจัดให้ อยู่ ในสถานะภาษาต่างประเทศหลักกระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมสมรรถนะและทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสามารถ ปัญหาและความต้องการในการใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อหาแนวทางที่ จะสามารถนำไปพัฒนากระบวนการการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในห้องเรียนให้มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้เรียน ผู้วิจัยเลือกกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปี ที่ 1 ภาคปกติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ งานวิจัยนี้ทางการศึกษาโดยใช้แบบสอบถาม และการสัมภาษณ์ โดยใช้แบบสอบถามเพื่อศึกษาความต้องการและ ปัญหาอุปสรรคในการเรียนภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ได้ทำการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมายเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวเนื่องหัวข้อความต้องการและปัญหาอุปสรรคในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในระดับอุดมศึกษา ผลการศึกษาพบว่านักศึกษาชั้นปี ที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีปัญหากับทั้ง 4 ทักษะ ทักษะการฟัง การพูดการอ่าน และการเขียน ในระดับปานกลาง โดยมีปัญหาด้านทักษะการเขียนสูงที่สุด โดยประสบปัญหามากที่สุดในเรื่องไวยากรณ์ ในขณะที่ ความต้องการในการเรียนภาษาอังกฤษที่พบจากการวิเคราะห์แบบสอบถาม พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความต้องการทั้ง 4 ทักษะ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ในระดับปานกลาง โดยมีความต้องการด้านทักษะการอ่านสูงที่สุด โดยผู้วิจัยหวังว่าผลวิจัยนี้สามารถเป็นประโยชน์ในการวางแผนการจัดการ เรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษของกลุ่มรายวิชาศึกษาทั่วไปในอนาคตได้</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4931">
    <title>สภาพการอยู่อาศัยและแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษา ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4931</link>
    <description>Title: สภาพการอยู่อาศัยและแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ: กรณีศึกษา ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
Authors: ภานุพงศ์ นิลตะโก
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ สภาพ และปัญหาการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ และสามารถเสนอแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 280 คน โดยการสุ่มแบบเชิงกลุ่ม บริเวณเก็บรวบรวบข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกต ผลการวิจัยพบว่าปัญหาการอยู่อาศัยที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด จำนวน 3 ลำดับ คือ ห้องน้ำ ห้องนอน และห้องนั่งเล่น โดยเสนอแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ดังนี้ ห้องน้ำ มีพื้นมีว่างภายในห้องน้ำเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 150 เซนติเมตร ประตูแบบบานเปิดออกสู่ภายนอก สามารถเปิดค้างได้ไม่น้อยกว่า 90 องศา หรือเป็นแบบบานเลื่อน พื้นภายในต้องมีระดับเสมอกับพื้นภายนอก วัสดุปูพื้นต้องไม่ลื่น มีความลาดเอียงเพื่อให้น้ำสามารถระบายได้ง่าย โถส้วมชนิดนั่งราบมีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร มีพนักพิงหลัง ที่ปล่อยน้ำเป็นชนิดคันโยก หรือปุ่มกดขนาดใหญ่ มีด้านข้างด้านหนึ่งของโถส้วมอยู่ชิดพนังโดยมีระยะห่างวัดจากกึ่งกลางโถส้วมถึงผนังไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร มีราวจับที่ผนังเป็นแบบแนวนอนและแนวดิ่ง โดยราวจับในแนวนอนมีความสูงจากพื้น 65 - 70 เซนติเมตร และให้ยื่นล้ำออกมาจากด้านหน้าโถส้วมอีกไม่น้อยกว่า 25 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 30 เซนติเมตร ราวจับในแนวดิ่งต่อจากปลายของราวจับในแนวนอนด้านหน้าโถส้วมมีความยาววัดจากปลายของราวจับในแนวนอนขึ้นไปอย ่างน้อย 60 เซนติเมตร และต้องมีราวจับเพื่อนำไปสู่สุขภัณฑ์อื่น ๆ ภายในห้องน้ำ มีความสูงจากพื้น 80 - 90 เซนติเมตร อ่างล้างมือด้านใต้ที่ติดกับผนังไปจนถึงขอบอ่างเป็นที่ว่าง เพื่อให้เก้าอี้ล้อสามารถสอดเข้าไปได้ โดยขอบอ่างอยู่ห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร และต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าประชิดได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง มีความสูงจากพื้นถึงขอบบนของอ่างไม่น้อยกว่า 75 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 80 เซนติเมตร และมีราวจับในแนวนอนแบบพักเก็บได้ในแนวดิ่งทั้งสองข้างของอ่าง ก๊อกน้ำเป็นชนิดก้านโยกหรือก้านกดหรือก้านหมุนหรือระบบอัตโนมัติ ที่อาบน้ำแบบฝักบัว มีพื้นที่ว่างขนาดไม่น้อยกว่า 110 เซนติเมตร และมีความยาวไม่น้อยกว่า 120 เซนติเมตร มีที่นั่งสำหรับอาบน้ำที่มีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร มีราวจับในแนวนอนที่ด้านข้างของที่นั่ง มีความสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 65 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 70 เซนติเมตร และยาวไม่น้อยกว่า 65 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 70 เซนติเมตร และมีราวจับในแนวดิ่งต่อจากปลายของราวจับในแนวนอน และมีความยาวจากปลายของราวจับในแนวนอนขึ้นไปอย่างน้อย 60 เซนติเมตร สิ่งของ เครื่องใช้หรืออุปกรณ์ภายในที่อาบน้ำให้อยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 120 เซนติเมตร ห้องนอน และห้องนั่งเล่น เตียงนอนหรือที่นอนมีความยาวไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร มีความสูงจากพื้นถึงระดับข้อพับเข่าไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร และมีที่ว่างรอบเตียงไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร มีการติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างเพียงพอ อุปกรณ์ปิดเปิดไฟฟ้าวควรอยู่ใกล้กับเตียงนอน มีระยะเอื้อมถึงสูงจากพื้นไม่เกิน 90 เซนติเมตร เก้าอี้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 40 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 50 เซนติเมตร มีพนักพิง เครื่องใช้ควรเป็นชนิดไม่มีมุมแหลม และมีหน้าต่าง; This research is aimed to study the conditions of society, the economy and the living&#xD;
condition problems of elderly in order to suggest improvement of the housing. The sample&#xD;
consisted of 280 elderly living in Bo Suphan Sub-district, Song Phi Nong District, Suphan Buri. The&#xD;
research was conducted by cluster random sampling using interview and observation as the data&#xD;
collecting tools. The result found that 3 of the problems leading to the highest frequency of&#xD;
accidents were toilet, bedroom and living room. The suggestion of housing improvement guidelines&#xD;
for the elderly was as follow – Toilets should contain free space of not less than 150 cm in&#xD;
diameter, door openings to outside to be able to open not less than 90 degree or sliding door.&#xD;
Inside area should be in the same level with outside area, and the tiles must not be non-slip with&#xD;
slope allowing water drain easily. Toilet should not be less than 45 cm from the floor but not&#xD;
higher than 50 cm with backrest and flusher or big pressing button, one side of the toilet should&#xD;
be attached to the wall with the distance from the center of the toilet to wall not less than 45 cm&#xD;
but not more than 50 cm, the rail attached to the wall vertically and horizontally 65-70 cm from&#xD;
the floor and extending from the front of the toilet not less than 25 cm but not more than 30 cm.&#xD;
The vertical rail from the end of horizontal rail in front of the toilet should contain the length from&#xD;
its horizontal end 60 cm with the hand rails leading to other sanity wares in the toilet with 80-90&#xD;
cm. Hand washing sink attached to the wall to sink edge was the empty space for the wheelchair&#xD;
to fit the wheels. The sink edge should not be less than 45 cm away from the wall in the reachable&#xD;
location without any obstacle higher from the floor not less than 75 cm but not more than 80 cm&#xD;
with vertical adjustable horizontal rail on both sides. The faucet should be lever or push rod or&#xD;
rotating rod or automatic system. The shower should contain space not less than 110 cm and&#xD;
length not less than 120 cm with showering seat at least 45 cm from the floor but not higher than&#xD;
50 cm. The horizonal rail at the side of the seat was 65 cm from the floor but not higher than 70&#xD;
cm and the length of not less than 65 cm but not more than 70 cm. The vertical rail from the end&#xD;
of horizontal rail and the length of its end was not less than 60 cm. Other objects or equipment&#xD;
in the shower should not be less than 30 cm from the floor but not more than 120 cm. Bedroom&#xD;
and living rooms the bed should not be less than 180 cm long with the height from the floor to&#xD;
the knee not less than 40 cm but not more than 50 cm with the space around the bed not less&#xD;
than 90 cm. The electrical system should be enough with the electrical switch close to the bed.&#xD;
The reaching distance should not be more than 90 cm from the floor. The chair should not be less&#xD;
than 40 cm from the floor but not more than 50 cm with backrest. Electrical equipment should&#xD;
not have sharp edge. The windows should be provided
Description: โครงการวิจัยทุนสนับสนุนงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ&#xD;
งบประมาณรายได้ ปี พ.ศ. 2562&#xD;
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</description>
    <dc:date>2562-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

