<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rdf:RDF xmlns:rdf="http://www.w3.org/1999/02/22-rdf-syntax-ns#" xmlns="http://purl.org/rss/1.0/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/100">
    <title>DSpace Collection:</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/100</link>
    <description />
    <items>
      <rdf:Seq>
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/192" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/189" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/188" />
        <rdf:li rdf:resource="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/186" />
      </rdf:Seq>
    </items>
    <dc:date>2025-10-06T06:25:15Z</dc:date>
  </channel>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/192">
    <title>การวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์ด้านการเงิน การคลังระหว่างปีงบประมาณ 2552 - 2554 ของ โรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/192</link>
    <description>Title: การวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์ด้านการเงิน การคลังระหว่างปีงบประมาณ 2552 - 2554 ของ โรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี; Comparison Analysis of 2009 -2011 Financial Year Situation, Banpong Hospital, Ratchaburi Province
Authors: จิรทัทร สิทธิสันต์; จังหวัดราชบุรี. โรงบาลราชบุรี. กลุ่มผู้อำนวยการ. ฝ่ายบริหารงานทั่วไป. นักจัดการทั่วไปชำนาญการ.
Abstract: บทความนี้เสนอการวิเคราะห์เปรียบเทียบสถานการณ์ด้านการเงินการคลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อทราบแนวโน้มด้านการเงินการคลัง วิธีการศึกษาเป็นการศึกษาข้อมุลย้อนหลัง 4 ปี (ปีงบประมาณ 2551-2554) การวิเคราะห์สถานะทางการเงินด้วยเทคนิคการวิเคราะห์ได้แก่ ค่า PCI อัตราย่อส่วนแนวโน้มและอัตราส่วนทางการเงิน เพื่อประเมินผลการดำเนินงานฐานะการเงิน&#xD;
	ผลการศึกษา พบว่า ความสามารถในการหากำไร มีอัตราผลตอบแทนขั้นต้น ปี 2552,2553 ต่ำกว่าปี 2551 แต่ปี 2554 มีผลตอบแทนขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 22.8% อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงาน มีการขาดทุนระหว่างปี 2551-2553 เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มขึ้นปีละ 16.1% สำหรับสภาพคล่อง มีอัตราส่วนทุนหมุนเวียน อัตราส่วนหมุนเวียนและอัตราส่วนเงินสด มีแนวโน้มลดลง สำหรับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน สามารถเรียกเก็บหนี้ได้ ระยะเวลาถั่วเฉลี่ยในการชำระหนี้ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สุดท้ายคือ ภาระหนี้สิน โดยอัตราส่วนภาระหนี้สินต่อทุนและอัตราหนี้สินต่อสินทรัพย์รวม มีแนวโน้นเพิ่มขึ้น</description>
    <dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/189">
    <title>การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาลีลาศ ที่เรียนโดยใช้บทเรียน e-Learning กับการเรียนแบบปกติ</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/189</link>
    <description>Title: การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาลีลาศ ที่เรียนโดยใช้บทเรียน e-Learning กับการเรียนแบบปกติ
Authors: พีระพล เอียดทองใส; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม.; มนวิภา อนันตะเศรษฐกุล; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ.  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.; สุญาณี เดชทองพงษ์; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม.
Abstract: การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนe-Learning และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนรายวิชาลีลาศโดยใช้บทเรียนe-Learning กับการเรียนแบบปกติโดยตั้งสมมติฐานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาที่เรียนรายวิชาลีลาศโดยใช้บทเรียน e-Learning สูงกว่าการเรียนแบบปกติ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 วิธีดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยได้สร้างบทเรียน eLearningรายวิชาลีลาศ เรื่อง จังหวะบีกินและจังหวะช่า ช่า ช่า จากนั้นนำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ปีการศึกษา 2554 จำนวน 30 คนโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทดลองที่เรียนโดยใช้บทเรียน e-Learning และกลุ่มควบคุมที่เรียนแบบปกติเพื่อหาประสิทธิภาพบทเรียน e-Learning (E1/E2) หลังจากนักศึกษาทั้งสองกลุ่มเรียนจบทุกหน่วยการเรียนแล้วให้ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาคทฤษฏีรายวิชาลีลาศ และแบบประเมินทักษะภาคปฏิบัติรายวิชาลีลาศ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยค่าสถิติ t-test Independent ผลการวิจัยปรากฏว่าบทเรียนe-Learningรายวิชาลีลาศ ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.33/81.26 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ และ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มทดลองที่เรียนโดยใช้บทเรียนe-Learning สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่เรียนแบบปกติ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</description>
    <dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/188">
    <title>การพัฒนาบทเรียน อีเลิร์นนิ่ง รายวิชาจิตวิทยาการจัดองค์กรอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/188</link>
    <description>Title: การพัฒนาบทเรียน อีเลิร์นนิ่ง รายวิชาจิตวิทยาการจัดองค์กรอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ; The Development of e-Learning Industrial Organization Psychology Management Rajamangala University of Thecnology Krungthep
Authors: สมพร ปิยะพันธ์; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม. สาขาวิชาเทคโนโลยีโลหการ.; สมพร สุขะ; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ.  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.; นัดดา อังสุโวทัย; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของบทเรียนอีเลิร์นนิ่งรวมทั้งเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนบทเรียนอีเลิร์นนิ่งรายวิชาจิตวิทยาการจัดองค์กรอุตสาหกรรม กลุ่มตัวอย่างได้แก่นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ชั้นปีที่ 3 ปีการศึกษา 2554 จ านวน 42 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยบทเรียนอีเลิร์นนิ่งจ านวน 2 หน่วยเรียน และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (T-test) ผลการวิจัยพบว่าประสิทธิภาพของบทเรียนอีเลิร์นนิ่งรายวิชาจิตวิทยาการจัดองค์กรอุตสาหกรรม มีค่าเท่ากับ 80.15/80.12 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด 80/80 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01</description>
    <dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
  <item rdf:about="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/186">
    <title>การบริโภควัฒนธรรมความรุนแรงผ่านสื่อหนังสือการ์ตูน ญี่ปุ่นของเยาวชนไทยในเขตกรุงเทพมหานคร</title>
    <link>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/186</link>
    <description>Title: การบริโภควัฒนธรรมความรุนแรงผ่านสื่อหนังสือการ์ตูน ญี่ปุ่นของเยาวชนไทยในเขตกรุงเทพมหานคร; The Violation’s Consumption of Thai’s Youth in Bangkok through Japanese Comic Books
Authors: พัชรภัคฏ์ ธนะพงศ์เพชร; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วิทยาลัยนวัตกรรม. สาขาวิชาการบริหารงานวัฒนธรรม.
Abstract: จากการศึกษาการบริโภควัฒนธรรมความรุนแรงผ่านสื่อหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นของเยาวชนไทยในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาถึงพฤติกรรมการบริโภควัฒนธรรมความรุนแรง อิทธิพลหรือผลของสื่อหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นและปัจจัยที่มีผลต่อการบริโภคเนื้อหาการใช้ความรุนแรงในหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นของเยาวชนไทยในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการวิเคราะห์เนื้อหาจัดระดับความรุนแรงของหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากเยาวชนจำนวน 10 เรื่องและสัมภาษณ์เชิงลึก(In-depth Interviews) กับกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกโดยใช้เกณฑ์การบริโภคหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีการใช้ความรุนแรงมากกว่า 10 เรื่องขึ้นไป ต้องเป็นเยาวชนไทยที่มีอายุระหว่าง 15-18 ปี และอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 14 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มตัวอย่างกลุ่มที่ 1 ได้แก่เยาวชนที่มีประสบการณ์การใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นระดับสูง และกลุ่มตัวอย่างกลุ่มที่ 2 ได้แก่เยาวชนที่มีประสบการณ์การใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นในระดับต่ าหรือไม่เคยผลการศึกษาพบว่าหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีการใช้ความรุนแรงที่ได้รับความนิยมจากเยาวชนส่วนใหญ่มีการใช้ความรุนแรงในระดับสูงสุด คือ มีการใช้อาวุธท าร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงแก่ความตาย มีคำพูดด่าทอระหว่างตัวละครด้วยถ้อยค ารุนแรง และยังพบอีกว่ากลุ่มตัวอย่างกลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มเยาวชนที่มีประสบการณ์การใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นระดับต่ำหรือไม่เคย มีค่าเฉลี่ยในการบริโภคสื่อหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีการใช้ความรุนแรงมากกว่ากลุ่มตัวอย่างกลุ่มที่ 1 โดยปัจจัยหลักในการเลือกบริโภคหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเนื้อหารุนแรงของกลุ่มตัวอย่างคือความชื่นชอบส่วนตัวทีมีต่อความรุนแรง รองลงมาคือการแนะนำจากเพื่อนดังนี้การจัดการวัฒนธรรมความรุนแรงของเยาวชนจะต้องใช้ความร่วมมือจากทั้ง 3 ฝ่าย คือ ผู้ปกครองควรมีบทบาทในการเฝ้าระวังสื่อให้แก่เยาวชน ส านักพิมพ์ควรมีจรรยาบรรณของสื่อโดยคัดกรองเนื้อหาก่อนนำเสนอและภาครัฐควรให้การสนับสนุน จัดตั้งนโยบายการแบ่งระดับเนื้อหาหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นตามระดับช่วงอายุของผู้บริโภค</description>
    <dc:date>2013-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </item>
</rdf:RDF>

