<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/95" />
  <subtitle />
  <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/95</id>
  <updated>2025-10-05T12:56:51Z</updated>
  <dc:date>2025-10-05T12:56:51Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การศึกษาสมบัติของวอลล์เปเปอร์เส้นด้ายไหมเปรียบเทียบกับวอลล์เปเปอร์ผ้าไหม</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/158" />
    <author>
      <name>ชลิศา นิธิทองสกุล</name>
    </author>
    <author>
      <name>สาธิต พุทธชัยยงค์</name>
    </author>
    <author>
      <name>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ. สาขาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/158</id>
    <updated>2016-09-12T02:16:48Z</updated>
    <published>2558-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาสมบัติของวอลล์เปเปอร์เส้นด้ายไหมเปรียบเทียบกับวอลล์เปเปอร์ผ้าไหม; Investigation on Properties of Silk Thread Wallpaper Compared to Silk Fabric Wallpaper
Authors: ชลิศา นิธิทองสกุล; สาธิต พุทธชัยยงค์; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ. สาขาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
Abstract: การศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาสมบัติของวอลล์เปเปอร์เส้นด้ายไหมเปรียบเทียบกับวอลล์เปเปอร์ ผ้าไหม มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมบัติของศึกษาวอลล์เปเปอร์ที่ผลิตจากเส้นไหม (Silk Thread Wallpaper) กับวอลล์เปเปอร์ที่ผลิตจากผ้าไหม (Silk Fabric Wallpaper) ที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน การทดสอบเรื่องการดูดซับเสียงพบว่าความสามารถในการดูดกลืนเสียงของวอลล์เปเปอร์ผ้าไหมและเส้นไหมที่ความถี่ต่ำไม่แตกต่างกัน แต่วอลล์เปเปอร์เส้นไหมสามารถดูดกลืนเสียงได้มากขึ้นเมื่อความถี่สูงขึ้นโดยสามารถดูดกลืนเสียงที่ความถี่สูง 4000 Hz ได้สูงสุดและดูดกลืนได้มากกว่าวอลล์เปเปอร์ผ้าไหม การทดสอบการลามไฟและการกันอุณหภูมิแสดงให้เห็นว่าวอลล์เปเปอร์ผ้าไหมและวอลล์เปเปอร์จากเส้นไหมที่มีจำนวนเส้นต่อนิ้วสูงกว่ามีผลการทดสอบที่ดีกว่า</summary>
    <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การศึกษาการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ในโรงงานทอผ้าด้วยเครื่องทอระบบส่งเส้นด้ายพุ่งด้วยน้ำ</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/156" />
    <author>
      <name>ปิยะพล บวรอุดมวงศ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สาธิต พุทธชัยยงค์</name>
    </author>
    <author>
      <name>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/156</id>
    <updated>2016-09-12T02:17:25Z</updated>
    <published>2558-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาการประหยัดพลังงานไฟฟ้า ในโรงงานทอผ้าด้วยเครื่องทอระบบส่งเส้นด้ายพุ่งด้วยน้ำ; A Study On Electric Saving In a Water-Jet Weaving Factory
Authors: ปิยะพล บวรอุดมวงศ์; สาธิต พุทธชัยยงค์; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ
Abstract: การศึกษาการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานทอผ้าด้วยเครื่องทอระบบส่งเส้นด้ายพุ่งด้วยน้้า มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบองค์ประกอบต่างๆที่มีผลต่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานทอผ้าเครื่องทอ Water-Jet จากการศึกษาทดลองพบว่าปัจจัยที่มีผลสูงสุดในการประหยัดพลังงานคือ การเปลี่ยนมอเตอร์เครื่องทอเป็นมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งได้ผลมากที่สุดในการประหยัดพลังงานคือ 63.17% ต่อมาคือการเปลี่ยนอุปกรณ์หลอดไฟ จากหลอดฟลูออเรสเซนต์ T8 เป็นหลอดไฟ LED T8ซึ่งได้ผลการประหยัดพลังงานรองลงมาอยู่ที่ 18.16% ถัดมาคือการเปลี่ยนมิเตอร์ไฟเป็นแบบอัตรา TOU พร้อมสลับตารางทำงานในวันหยุด ผลการประหยัดพลังงานอยู่ที่ 12.40% และแนวทางลำดับต่อมาคือการปรับปรุงค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ โดยการปรับปรุงค่าคาปาซิเตอร์ซึ่งได้ผลอยู่ที่ 6.27% และปัจจัยสุดท้ายที่ทำการศึกษาคือ การควบคุมกำลังไฟ Peak Load ซึ่งการศึกษาพบว่าแนวทางนี้ไม่มีผลคุ้มค่าต่อการประหยัดพลังงานไฟฟ้า&#xD;
กล่าวคือแนวทางการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานทอผ้า Water-Jet โดยการเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูงแต่จะได้ผลการประหยัดไฟฟ้าสูงสุดเช่นกัน และผลของการลดต้นทุนไฟฟ้าจะสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมการผลิตในระยะยาวได้ จากผลการทดลองพบว่าแนวทางประหยัดไฟดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถลดค่าไฟฟ้าได้จาก 0.62บาท/หลา เป็น 0.46บาท/หลา</summary>
    <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างผ้าทอลายทแยงที่มีผลต่อสมบัติทางด้านความแข็งแรงและการฉีกขาดของผ้าทอ</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/154" />
    <author>
      <name>พัชรี มหิทธิวาณิชชา</name>
    </author>
    <author>
      <name>สาธิต พุทธชัยยงค์</name>
    </author>
    <author>
      <name>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ. สาขาวิชาสิ่งทอและเครืองนุ่งห่ม</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/154</id>
    <updated>2016-09-12T02:17:51Z</updated>
    <published>2558-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างผ้าทอลายทแยงที่มีผลต่อสมบัติทางด้านความแข็งแรงและการฉีกขาดของผ้าทอ; A Study on woven fabric properties affected by twill direction and density related to tensile and tearing strength
Authors: พัชรี มหิทธิวาณิชชา; สาธิต พุทธชัยยงค์; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ. สาขาวิชาสิ่งทอและเครืองนุ่งห่ม
Abstract: งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างผ้าทอลายทแยงที่มีผลต่อสมบัติทางด้านเชิงกลในด้านความแข็งแรง และการต้านทานต่อแรงฉีกขาดของผ้าทอ โครงสร้างผ้าเดิมที่ผลิตอยู่ในปัจจุบัน คือ ลายทแยงขวาแบบ 2/2 โดยใช้เบอร์ด้ายและความถี่เส้นด้ายต่อนิ้ว คือ C40SxC40S : 130x70 พบว่ามีปัญหาการปริของผ้า ซึ่งส่งผลต่อการใช้งาน ดังนั้นงานวิจัยในครั้งนี้จึงได้ทดลองทอผ้าลายทแยง 2/2 และ 3/1 ทั้งลายทแยงขวา (Z twill) และทแยงซ้าย (S twill) แต่ละลายถูกกำหนดความถี่เส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่งแตกต่างกัน 3 ระดับ คือ 130x70 , 126x74 และ 120x80 ตามลำดับ จากการวิจัยพบว่า โครงสร้างผ้าลายทแยง S twill แบบ 2/2 มีความแข็งแรงกว่าแบบ Z twill ทั้งลาย 2/2 และ 3/1 ในทุกระดับความถี่เส้นด้าย ส่วนความต้านทานต่อแรงฉีกขาดกลับพบว่า S twill แบบ 3/1 มีค่าสูงกว่า Z twill ทั้งลาย 2/2 และ 3/1 ในทุกระดับความถี่เส้นด้ายเช่นกัน</summary>
    <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การศึกษาการใช้เส้นใยลูกตาลสำหรับผลิตภัณฑ์กระเป๋าเดินทาง</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/152" />
    <author>
      <name>วิโรจน์ โภชนกุล</name>
    </author>
    <author>
      <name>สาธิต พุทธชัยยงค์</name>
    </author>
    <author>
      <name>มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ. สาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/152</id>
    <updated>2016-09-12T02:18:14Z</updated>
    <published>2558-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาการใช้เส้นใยลูกตาลสำหรับผลิตภัณฑ์กระเป๋าเดินทาง; Study on the usage of palm fibers for luggage produce
Authors: วิโรจน์ โภชนกุล; สาธิต พุทธชัยยงค์; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ. คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ. สาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
Abstract: งานวิจัยการศึกษาการเส้นใยลูกตาลสำหรับผลิตเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าเดินทาง มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเส้นใยตาลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยนำเส้นใยลูกตาลมาทำเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าเดินทาง เริ่มดำเนินงานวิจัยโดยการแยกเส้นใยตาลออกจากเมล็ดและทำความสะอาด นำเส้นใยตาลมาผลิตเส้นด้ายใยตาล 100% ขนาดเส้นด้ายเบอร์ 2 แล้วนำเส้นด้ายใยตาลมาทอผ้า 3 โครงสร้าง ดังนี้คือลายขัด 1×1 ลายทแยง 2×1 ลายขัด 2×2 โดยทั้ง 3 ลายจะถูกกำหนดให้มีความถี่เส้นด้ายพุ่งต่อ 1 นิ้ว 3ระดับ ผ้าที่ทอได้นำไปทดสอบสมบัติทางด้านเชิงกลความแข็งแรงจากการวิจัยพบว่าผ้าทอลายขัด 1×1 มีสมบัติต้านทานต่อการขัดถูได้สูงสุดในทุกระดับความถี่เส้นด้ายพุ่ง ในขณะที่ลายขัด 2×2 มีสมบัติต้านทานต่อการฉีกขาดได้สูงสุดในทุกระดับความถี่เส้นด้ายพุ่ง ส่วนความต้านทานต่อแรงดึงกลับพบว่าลายทแยง 2×1 มีค่าความต้านทานสูงสุด อย่างไรก็ตามจากลักษณะการใช้งานสำหรับกระเป๋าเดินทางนั้นสมบัติที่สำคัญคือทนทานต่อการขัดถู ดังนั้นโครงสร้างผ้าใยตาลที่เหมาะสมคือลายขัด1×1</summary>
    <dc:date>2558-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

