<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community: Faculties and College</title>
  <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/2" />
  <subtitle>Faculties and College</subtitle>
  <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/2</id>
  <updated>2025-11-02T13:25:37Z</updated>
  <dc:date>2025-11-02T13:25:37Z</dc:date>
  <entry>
    <title>ผลงานวิจัย เรื่องแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4845" />
    <author>
      <name>วาริษา เชิดชู</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4845</id>
    <updated>2025-10-07T08:37:10Z</updated>
    <published>2025-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ผลงานวิจัย เรื่องแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Authors: วาริษา เชิดชู
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรม&#xD;
ของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้า&#xD;
ร่วมกิจกรรม ผลการศึกษาพบว่า&#xD;
1) แรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาอยู่ในระดับสูง โดยปัจจัยหลักที่ส่งผล ได้แก่&#xD;
การเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์, การพัฒนาความเป็นผู้นำ และการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและ&#xD;
ทัศนคติ&#xD;
2) กิจกรรมที่นักศึกษาสนใจเข้าร่วมมากที่สุด ได้แก่ กิจกรรมด้านบำเพ็ญประโยชน์และรักษา&#xD;
สิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมจิตอาสา รองลงมาคือ กิจกรรมทางวิชาการ เช่น ปัจฉิมนิเทศ และกิจกรรม&#xD;
ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เช่น พิธีไหว้ครู&#xD;
3) อุปสรรคหลักที่ทำให้นักศึกษาไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ได้แก่ กิจกรรมตรงกับเวลาเรียน&#xD;
หรือสอบ (66.37%) และค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม (20.27%)&#xD;
4) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษามีผลเชิงบวกต่อ&#xD;
การเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ กีฬาและสุขภาพ, บ าเพ็ญประโยชน์, วิชาการ และศิลปวัฒนธรรม</summary>
    <dc:date>2025-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>อุปกรณ์ขออนุญาตเข้าใช้ไฟฟ้าในห้องเรียนด้วยบัตรประชาชน</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4832" />
    <author>
      <name>เดช บูรณะกรณ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุภกฤต กลั่นมารักษ์</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4832</id>
    <updated>2025-09-25T09:17:29Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: อุปกรณ์ขออนุญาตเข้าใช้ไฟฟ้าในห้องเรียนด้วยบัตรประชาชน
Authors: เดช บูรณะกรณ์; สุภกฤต กลั่นมารักษ์
Abstract: ในปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยได้เปิดการเรียนการสอนแบบ Onsite และได้มีนักศึกษาเข้ามาใช้&#xD;
ห้องเรียนจึงทำให้นักศึกษาบางส่วนลืมปิดไฟหลังจากเลิกเรียน ทำให้ทางมหาวิทยาลัย ต้องจ่ายค่าไฟ&#xD;
สูงขึ้นกว่าปกติ จากเหตุผลที่ได้กล่าวมาได้เกิดเป็นแนวคิดที่จะสร้างอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียน โดย&#xD;
เริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงงานในส่วนของการจัดการ จัดเก็บข้อมูล จากนั้นเริ่มทำการ&#xD;
วิเคราะห์และออกแบบส่วนของอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียน ทั้งโครงสร้างภายนอก อุปกรณ์&#xD;
อิเล็กทรอนิกส์ภายใน รวมถึงฐานข้อมูลที่ใช้ แล้วติดตั้งไมโครคอนโทรลเลอร์ดำง ๆ ที่ใช้ในการควบคุม&#xD;
รวมถึงพัฒนาชอร์สโค้ดในการควบคุมไมโครคอนโทรลเลอร์และส่วนเชื่อมต่อการส่งข้อมูลระหว่าง&#xD;
เครื่องอ่านบัตรประชาชน และกูเกิลชีทด้วย กูเกิลแอปสคริปต์&#xD;
การทดสอบอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียนนั้น เป็นที่นำพอใจเนื่องจากอุปกรณ์สามารถทำตาม&#xD;
วัตถุประสงค์ได้เป็นอย่างดี เช่น การขออนุญาตเข้าใช้ห้องเรียนโดยใช้บัตรประชาชน การแสดงผลของ&#xD;
อุปกรณ์ไฟฟ้าโดยอิงจากสิทธิ์ของผู้ใช้งาน และระบบมีขอบเขตการทำงานที่ดีกับห้องขนาด&#xD;
ไม่เกิน 25 ตารางเมตร</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>เครื่องนับจำนวนคนเข้า - ออก</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4831" />
    <author>
      <name>ชนกานต์ หาญเวช</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4831</id>
    <updated>2025-09-25T08:27:36Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: เครื่องนับจำนวนคนเข้า - ออก
Authors: ชนกานต์ หาญเวช
Abstract: เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิต-19 ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้กิจการ หรือ&#xD;
สถานที่ต่าง ๆ มีการรณรงค์ในการป้องกันการแพร่ระบาด เกิดการจำกัดบุคคลเข้าออกสถานที่ เพื่อ&#xD;
ช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้จัดทำโครงงานจึงมีแนวคิดนำเทคโนโลยีมาช่วยในการนับ&#xD;
จำนวนคน โดยใช้เซ็นเซอร์สวิตช์อินฟราเรด (E18-D80NK) มาตรวจนับจำนวนคนเข้า-ออก แล้วแสดง&#xD;
ค่าผ่านจอ LCD Module 1602A โดยใช้ Arduino UNO R3 เป็นตัวประมวลผล ผลจากการทดลอง&#xD;
นำเครื่องนับจำนวนคนเข้า-ออก ไปติดตั้งใช้งานจริง ในระยะห่างระหว่างตัวเครื่องกับวัตถุที่เคลื่อนที่&#xD;
ผ่านไม่เกิน 35 ชม. เครื่องนับจำนวนสามารถตรวจนับวัตถุที่ผ่านและแสดงผลขึ้นจอได้อย่างถูกต้อง
Description: library.oarit@mail.rmutk.ac.th</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การพัฒนาเส้นใยข่าเพื่องานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4820" />
    <author>
      <name>ธนาสินีย์ ธีรโชติภักดี</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4820</id>
    <updated>2025-09-10T02:41:32Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การพัฒนาเส้นใยข่าเพื่องานออกแบบผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
Authors: ธนาสินีย์ ธีรโชติภักดี
Abstract: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในสกัดเส้นใยจากลำต้นข่าแดงด้วย&#xD;
สารละลายโชเดียมคาร์บอเนตเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ศึกษาสมบัติและองค์ประกอบของเส้นใยใยที่&#xD;
สกัดได้ รวมทั้งศึกษาสมบัติของเส้นด้ายและผ้าทอที่ผลิตจากเส้นใยข่า ผลการทดลองพบว่าการใช้&#xD;
สารละลายโชเดียมไบคาร์บอเนตที่ความเข้มข้นร้อยละ 15 โดยน้ำหนักต่อปริมาตร ให้ความร้อนที่&#xD;
อุณหภูมิ 95 องศาเซลเชียส เวลาในการสกัด 90 นาที มีประสิทธิภาพในการสกัดเส้นใยจากต้นข่ามาก&#xD;
ที่สุด โดยมีปริมาณผลผลิตเส้นใยร้อยละ 73.89 เซลลูโลส ร้อยละ 71.11 + 0.18 เฮมิเซลโลสร้อยละ&#xD;
16.18 + 0.22 ลิกนินร้อยละ 12.41 + 0.25 การปั่นด้ายโดยใช้เส้นใยข่ากับเส้นใยฝ้ายในอัตราส่วน&#xD;
10 ต่อ 90 ได้เส้นด้ายที่มีขนาด 3.16 + 1.32 Ne ซึ่งสามารถนำเส้นด้ายนี้ไปใช้เป็นเส้นด้ายพุ่งสำหรับ&#xD;
การทอผ้าด้วยมือเพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กระเป้าซึ่งผ้าที่ทอได้มีน้ำหนักเฉลี่ย 327.69 + 11.54 กรัม&#xD;
ต่อตารางเมตร ผ้าทอจากผลการประเมินแบบความพึงพอใจในต้นแบบผลิตภัณฑ์จากผู้ตอบ&#xD;
แบบสอบถามที่อาศัยอยู่ในบริเวณจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 100 คน มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจ&#xD;
ต่อผลิตภัณฑ์กระเป้าผ้าใยข่าทอมือในระดับมาก โดยมีความพึงพอใจเฉลียในภาพรวมเท่ากับ 4.30 +&#xD;
0.11 และรูปทรงของผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกชื้อผลิตภัณฑ์กระเป้าจาก&#xD;
เส้นใยข่า; The study aimed to determine the optimal conditions for extracting fibers from red galangal stems using a sodium bicarbonate solution for textile product design. The composition and properties of the extracted fibers were studied, as well as the properties of the yarns and fabrics produced from galangal fibers. The results showed that the optimal conditions for extracting galangal fibers were a 15% sodium bicarbonate solution for 90 min, yielding of 73.89% fibers containing 71.11 ± 0.18% cellulose, 16.18 ± 0.22% hemicellulose, and 12.41 ± 0.25% lignin. Galangal fibers were mixed with cotton fibers at a ratio of 10:90 to achieve a yarn size of 3.16 ± 1.32 Ne. These yarns were used as weft yarns in hand-weaving fabric for bag production, with a fabric weight of 327.69 ± 11.54 g/m². A satisfaction survey of 100 respondents living in Bangkok indicated a high level of satisfaction with the handmade galangal fiber bags, with an overall average satisfaction score of 4.30 ± 0.11. The shape of the product is a factor that influences the decision to purchase galangal fibers bags.</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

