<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community: Faculties and College</title>
  <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/2" />
  <subtitle>Faculties and College</subtitle>
  <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/2</id>
  <updated>2026-05-04T10:42:52Z</updated>
  <dc:date>2026-05-04T10:42:52Z</dc:date>
  <entry>
    <title>แนวทางการพัฒนารูปแบบการประเมินการปฏิบัติการสอนของนักศึกษา ฝึกปฏิบัติการสอนวิชาชีพครุ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4883" />
    <author>
      <name>มาไสย, กรรรณิการ์</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4883</id>
    <updated>2025-11-25T06:00:47Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: แนวทางการพัฒนารูปแบบการประเมินการปฏิบัติการสอนของนักศึกษา ฝึกปฏิบัติการสอนวิชาชีพครุ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Authors: มาไสย, กรรรณิการ์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการประเมินการปฏิบัติการสอนของ นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม พัฒนารูปแบบการประเมินการปฏิบัติการสอน ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ อาจารย์นิเทศฝึกประสบการณ์ วิชาชีพครู ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2567  จำนวน 13 คน  และอาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาฝึก ประสบการณ์วิชาชีพครูในวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่ดูแลนักศึกษา ในภาคการศึกษา ที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 10 คน เครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ คือ สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) &#xD;
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า เกณฑ์การประเมินที่ใช้อยู่ดีและครอบคลุม โดยมี ข้อเสนอแนะให้มีการประเมินตามสภาพจริง การประชุมร่วมกันระหว่างอาจารย์นิเทศ การพิจารณาความเชี่ยวชาญ ของอาจารย์นิเทศ และการเน้นการเรียนการสอนแบบปฏิบัติ และผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยมากที่สุดกับวิธีการ ประเมินที่พัฒนาขึ้น ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการสอนทั้งหมด และสามารถช่วยให้นักศึกษารับรู้ถึงจุด แข็งและจุดที่ต้องพัฒนาได้ นอกจากนี้ การใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการ ติดตามพัฒนาการของนักศึกษา และวิธีการประเมินควรสามารถให้ข้อมูลย้อนกลับ ( Feedback) ที่เป็นประโยชน์ ต่อนักศึกษาได้อย่างทันท่วงที ในด้านองค์ประกอบของการประเมิน ควรครอบคลุมด้านการวางแผนการสอน การ จัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และคุณลักษณะความเป็นครู โดยมีการใช้เกณฑ์การประเมินที่เหมาะสมและ หลากหลาย เช่น แบบสังเกต แบบประเมินตนเอง และแฟ้มสะสมผลงาน</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>ผลงานวิจัย เรื่องแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4845" />
    <author>
      <name>วาริษา เชิดชู</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4845</id>
    <updated>2025-10-07T08:37:10Z</updated>
    <published>2025-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: ผลงานวิจัย เรื่องแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Authors: วาริษา เชิดชู
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรม&#xD;
ของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้า&#xD;
ร่วมกิจกรรม ผลการศึกษาพบว่า&#xD;
1) แรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาอยู่ในระดับสูง โดยปัจจัยหลักที่ส่งผล ได้แก่&#xD;
การเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์, การพัฒนาความเป็นผู้นำ และการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายและ&#xD;
ทัศนคติ&#xD;
2) กิจกรรมที่นักศึกษาสนใจเข้าร่วมมากที่สุด ได้แก่ กิจกรรมด้านบำเพ็ญประโยชน์และรักษา&#xD;
สิ่งแวดล้อม เช่น กิจกรรมจิตอาสา รองลงมาคือ กิจกรรมทางวิชาการ เช่น ปัจฉิมนิเทศ และกิจกรรม&#xD;
ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม เช่น พิธีไหว้ครู&#xD;
3) อุปสรรคหลักที่ทำให้นักศึกษาไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ ได้แก่ กิจกรรมตรงกับเวลาเรียน&#xD;
หรือสอบ (66.37%) และค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม (20.27%)&#xD;
4) ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่าแรงจูงใจในการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษามีผลเชิงบวกต่อ&#xD;
การเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ กีฬาและสุขภาพ, บ าเพ็ญประโยชน์, วิชาการ และศิลปวัฒนธรรม</summary>
    <dc:date>2025-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>อุปกรณ์ขออนุญาตเข้าใช้ไฟฟ้าในห้องเรียนด้วยบัตรประชาชน</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4832" />
    <author>
      <name>เดช บูรณะกรณ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุภกฤต กลั่นมารักษ์</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4832</id>
    <updated>2025-09-25T09:17:29Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: อุปกรณ์ขออนุญาตเข้าใช้ไฟฟ้าในห้องเรียนด้วยบัตรประชาชน
Authors: เดช บูรณะกรณ์; สุภกฤต กลั่นมารักษ์
Abstract: ในปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยได้เปิดการเรียนการสอนแบบ Onsite และได้มีนักศึกษาเข้ามาใช้&#xD;
ห้องเรียนจึงทำให้นักศึกษาบางส่วนลืมปิดไฟหลังจากเลิกเรียน ทำให้ทางมหาวิทยาลัย ต้องจ่ายค่าไฟ&#xD;
สูงขึ้นกว่าปกติ จากเหตุผลที่ได้กล่าวมาได้เกิดเป็นแนวคิดที่จะสร้างอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียน โดย&#xD;
เริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงงานในส่วนของการจัดการ จัดเก็บข้อมูล จากนั้นเริ่มทำการ&#xD;
วิเคราะห์และออกแบบส่วนของอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียน ทั้งโครงสร้างภายนอก อุปกรณ์&#xD;
อิเล็กทรอนิกส์ภายใน รวมถึงฐานข้อมูลที่ใช้ แล้วติดตั้งไมโครคอนโทรลเลอร์ดำง ๆ ที่ใช้ในการควบคุม&#xD;
รวมถึงพัฒนาชอร์สโค้ดในการควบคุมไมโครคอนโทรลเลอร์และส่วนเชื่อมต่อการส่งข้อมูลระหว่าง&#xD;
เครื่องอ่านบัตรประชาชน และกูเกิลชีทด้วย กูเกิลแอปสคริปต์&#xD;
การทดสอบอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียนนั้น เป็นที่นำพอใจเนื่องจากอุปกรณ์สามารถทำตาม&#xD;
วัตถุประสงค์ได้เป็นอย่างดี เช่น การขออนุญาตเข้าใช้ห้องเรียนโดยใช้บัตรประชาชน การแสดงผลของ&#xD;
อุปกรณ์ไฟฟ้าโดยอิงจากสิทธิ์ของผู้ใช้งาน และระบบมีขอบเขตการทำงานที่ดีกับห้องขนาด&#xD;
ไม่เกิน 25 ตารางเมตร</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>เครื่องนับจำนวนคนเข้า - ออก</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4831" />
    <author>
      <name>ชนกานต์ หาญเวช</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4831</id>
    <updated>2025-09-25T08:27:36Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: เครื่องนับจำนวนคนเข้า - ออก
Authors: ชนกานต์ หาญเวช
Abstract: เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิต-19 ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้กิจการ หรือ&#xD;
สถานที่ต่าง ๆ มีการรณรงค์ในการป้องกันการแพร่ระบาด เกิดการจำกัดบุคคลเข้าออกสถานที่ เพื่อ&#xD;
ช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้จัดทำโครงงานจึงมีแนวคิดนำเทคโนโลยีมาช่วยในการนับ&#xD;
จำนวนคน โดยใช้เซ็นเซอร์สวิตช์อินฟราเรด (E18-D80NK) มาตรวจนับจำนวนคนเข้า-ออก แล้วแสดง&#xD;
ค่าผ่านจอ LCD Module 1602A โดยใช้ Arduino UNO R3 เป็นตัวประมวลผล ผลจากการทดลอง&#xD;
นำเครื่องนับจำนวนคนเข้า-ออก ไปติดตั้งใช้งานจริง ในระยะห่างระหว่างตัวเครื่องกับวัตถุที่เคลื่อนที่&#xD;
ผ่านไม่เกิน 35 ชม. เครื่องนับจำนวนสามารถตรวจนับวัตถุที่ผ่านและแสดงผลขึ้นจอได้อย่างถูกต้อง
Description: library.oarit@mail.rmutk.ac.th</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

