<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Community: Faculty of Technical Education</title>
  <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/17" />
  <subtitle>Faculty of Technical Education</subtitle>
  <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/17</id>
  <updated>2026-05-04T14:16:16Z</updated>
  <dc:date>2026-05-04T14:16:16Z</dc:date>
  <entry>
    <title>แนวทางการพัฒนารูปแบบการประเมินการปฏิบัติการสอนของนักศึกษา ฝึกปฏิบัติการสอนวิชาชีพครุ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4883" />
    <author>
      <name>มาไสย, กรรรณิการ์</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4883</id>
    <updated>2025-11-25T06:00:47Z</updated>
    <published>2568-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: แนวทางการพัฒนารูปแบบการประเมินการปฏิบัติการสอนของนักศึกษา ฝึกปฏิบัติการสอนวิชาชีพครุ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ
Authors: มาไสย, กรรรณิการ์
Abstract: การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการประเมินการปฏิบัติการสอนของ นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนวิชาชีพครู คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม พัฒนารูปแบบการประเมินการปฏิบัติการสอน ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ อาจารย์นิเทศฝึกประสบการณ์ วิชาชีพครู ในภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2567  จำนวน 13 คน  และอาจารย์พี่เลี้ยงของนักศึกษาฝึก ประสบการณ์วิชาชีพครูในวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่ดูแลนักศึกษา ในภาคการศึกษา ที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 10 คน เครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ คือ สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) &#xD;
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า เกณฑ์การประเมินที่ใช้อยู่ดีและครอบคลุม โดยมี ข้อเสนอแนะให้มีการประเมินตามสภาพจริง การประชุมร่วมกันระหว่างอาจารย์นิเทศ การพิจารณาความเชี่ยวชาญ ของอาจารย์นิเทศ และการเน้นการเรียนการสอนแบบปฏิบัติ และผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยมากที่สุดกับวิธีการ ประเมินที่พัฒนาขึ้น ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญของการสอนทั้งหมด และสามารถช่วยให้นักศึกษารับรู้ถึงจุด แข็งและจุดที่ต้องพัฒนาได้ นอกจากนี้ การใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการ ติดตามพัฒนาการของนักศึกษา และวิธีการประเมินควรสามารถให้ข้อมูลย้อนกลับ ( Feedback) ที่เป็นประโยชน์ ต่อนักศึกษาได้อย่างทันท่วงที ในด้านองค์ประกอบของการประเมิน ควรครอบคลุมด้านการวางแผนการสอน การ จัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และคุณลักษณะความเป็นครู โดยมีการใช้เกณฑ์การประเมินที่เหมาะสมและ หลากหลาย เช่น แบบสังเกต แบบประเมินตนเอง และแฟ้มสะสมผลงาน</summary>
    <dc:date>2568-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>อุปกรณ์ขออนุญาตเข้าใช้ไฟฟ้าในห้องเรียนด้วยบัตรประชาชน</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4832" />
    <author>
      <name>เดช บูรณะกรณ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>สุภกฤต กลั่นมารักษ์</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4832</id>
    <updated>2025-09-25T09:17:29Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: อุปกรณ์ขออนุญาตเข้าใช้ไฟฟ้าในห้องเรียนด้วยบัตรประชาชน
Authors: เดช บูรณะกรณ์; สุภกฤต กลั่นมารักษ์
Abstract: ในปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยได้เปิดการเรียนการสอนแบบ Onsite และได้มีนักศึกษาเข้ามาใช้&#xD;
ห้องเรียนจึงทำให้นักศึกษาบางส่วนลืมปิดไฟหลังจากเลิกเรียน ทำให้ทางมหาวิทยาลัย ต้องจ่ายค่าไฟ&#xD;
สูงขึ้นกว่าปกติ จากเหตุผลที่ได้กล่าวมาได้เกิดเป็นแนวคิดที่จะสร้างอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียน โดย&#xD;
เริ่มจากการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงงานในส่วนของการจัดการ จัดเก็บข้อมูล จากนั้นเริ่มทำการ&#xD;
วิเคราะห์และออกแบบส่วนของอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียน ทั้งโครงสร้างภายนอก อุปกรณ์&#xD;
อิเล็กทรอนิกส์ภายใน รวมถึงฐานข้อมูลที่ใช้ แล้วติดตั้งไมโครคอนโทรลเลอร์ดำง ๆ ที่ใช้ในการควบคุม&#xD;
รวมถึงพัฒนาชอร์สโค้ดในการควบคุมไมโครคอนโทรลเลอร์และส่วนเชื่อมต่อการส่งข้อมูลระหว่าง&#xD;
เครื่องอ่านบัตรประชาชน และกูเกิลชีทด้วย กูเกิลแอปสคริปต์&#xD;
การทดสอบอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียนนั้น เป็นที่นำพอใจเนื่องจากอุปกรณ์สามารถทำตาม&#xD;
วัตถุประสงค์ได้เป็นอย่างดี เช่น การขออนุญาตเข้าใช้ห้องเรียนโดยใช้บัตรประชาชน การแสดงผลของ&#xD;
อุปกรณ์ไฟฟ้าโดยอิงจากสิทธิ์ของผู้ใช้งาน และระบบมีขอบเขตการทำงานที่ดีกับห้องขนาด&#xD;
ไม่เกิน 25 ตารางเมตร</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>เครื่องนับจำนวนคนเข้า - ออก</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4831" />
    <author>
      <name>ชนกานต์ หาญเวช</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4831</id>
    <updated>2025-09-25T08:27:36Z</updated>
    <published>2566-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: เครื่องนับจำนวนคนเข้า - ออก
Authors: ชนกานต์ หาญเวช
Abstract: เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิต-19 ในช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้กิจการ หรือ&#xD;
สถานที่ต่าง ๆ มีการรณรงค์ในการป้องกันการแพร่ระบาด เกิดการจำกัดบุคคลเข้าออกสถานที่ เพื่อ&#xD;
ช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้จัดทำโครงงานจึงมีแนวคิดนำเทคโนโลยีมาช่วยในการนับ&#xD;
จำนวนคน โดยใช้เซ็นเซอร์สวิตช์อินฟราเรด (E18-D80NK) มาตรวจนับจำนวนคนเข้า-ออก แล้วแสดง&#xD;
ค่าผ่านจอ LCD Module 1602A โดยใช้ Arduino UNO R3 เป็นตัวประมวลผล ผลจากการทดลอง&#xD;
นำเครื่องนับจำนวนคนเข้า-ออก ไปติดตั้งใช้งานจริง ในระยะห่างระหว่างตัวเครื่องกับวัตถุที่เคลื่อนที่&#xD;
ผ่านไม่เกิน 35 ชม. เครื่องนับจำนวนสามารถตรวจนับวัตถุที่ผ่านและแสดงผลขึ้นจอได้อย่างถูกต้อง
Description: library.oarit@mail.rmutk.ac.th</summary>
    <dc:date>2566-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>อุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียนด้วยลายนิ้วมือ</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4787" />
    <author>
      <name>ชนเดช โคตรคํา</name>
    </author>
    <author>
      <name>ฤติชัย รุจิราวรรณ</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/4787</id>
    <updated>2025-08-27T09:13:16Z</updated>
    <published>2567-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: อุปกรณ์เช็คชื่อเข้าห้องเรียนด้วยลายนิ้วมือ
Authors: ชนเดช โคตรคํา; ฤติชัย รุจิราวรรณ
Abstract: จากโครงงาน อุปกรณ์เช็คชื่อเข้าเรียนด้วยบัตรประชาชน (เป็นโครงงานของนักศึกษาวิชา เทคโนโลยีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ปีการศึกษา 2565) จัดทําขึ้นมาเพื่อช่วยผู้สอนในการเช็คชื่อนักศึกษาใน กรณีที่นักศึกษาเข้าเรียนสาย เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเรียนการสอน จากผลการนําไปทดลองใช้งานจริงพบ ปัญหาที่สําคัญสองอย่างคือ ระยะเวลาในการเช็คชื่อต่อคนมีเวลานาน รวมถึงอาจจะมีกรณีที่นักศึกษาใช้ บัตรประชาชนเพื่อเช็คชื่อแทนนักศึกษากัน คณะผู้จัดทําจึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาโครงงานให้มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น โดยส่งผลจํานวนวันมา วันขาดและวันมาสาย ให้แสดงผ่านเว็บไซต์แทนการแสดงบนแผงจอ แอลซีดี และเปลี่ยนจากการเสียบบัตรประชาชนเป็นการสแกนลายนิ้วมือแทน เพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษา เสียบบัตรแทนกัน ผลจาการแก้ไขและนํามาปรับปรุงอุปกรณ์เช็คชื่อเข้าเรียนด้วยสแกนลายนิ้วมือ จากผู้ทดสอบ จํานวน 20 คน ผู้เช็คชื่อผ่านในครั้งแรกจํานวน 18 คน อีกสองคนต้องทําการสแกนลายนิ้วมืออีกครั้งถึงจะ ผ่าน ผู้จัดทําโครงงานสันนิษฐานว่า อาจจะเกิดคราบไขมันที่นิ้วมือ หลังจากการทําความสะอาด แล้วทํา การสแกนซ้ําจะสามารถสแกนได้ทุกคน เฉลี่ยเวลาที่ใช้ต่อคนประมาณ 14.30 วินาที; From the project, the attendance check-in device with the ID card (a project of &#xD;
computer technology students, academic year 2022) was created to help teachers check. &#xD;
students' names in class to reduce the problem of students who are late and not to let &#xD;
teaching stop in the middle. From the results of the actual experiment, there are two &#xD;
major problems: the time spent checking names per person is long, including the &#xD;
possibility that students use their ID cards to check names instead of each other. The &#xD;
team has an idea to develop the project to be more efficient by showing a summary of &#xD;
the number of absences and lateness on the screen to reduce the time it takes to check &#xD;
names for each person. Checking on the website And change the insertion of the ID card &#xD;
to a fingerprint scan to prevent students from inserting cards instead of each other. &#xD;
The results of the correction and improvement of the device, from 20 testers, 18 &#xD;
people checked in the first time and the other two had to test twice. The project creator &#xD;
assumed that there might be some sweat stains. After cleaning, everyone could be &#xD;
scanned. The average test time per person was about 14.3 seconds.</summary>
    <dc:date>2567-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

