<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <title>DSpace Collection:</title>
  <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/104" />
  <subtitle />
  <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/104</id>
  <updated>2025-10-05T08:03:59Z</updated>
  <dc:date>2025-10-05T08:03:59Z</dc:date>
  <entry>
    <title>การศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์หมวดอาหารและ เครื่องดื่มโดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์TWFP, F&amp;D, MINT, SAUCE, TF, HTC</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/234" />
    <author>
      <name>ณัฐกิจ จีนา</name>
    </author>
    <author>
      <name>กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ</name>
    </author>
    <author>
      <name>มหาวิทยาลัยรามคำแหง. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสาหรับผู้จัดการยุคใหม่.</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/234</id>
    <updated>2016-09-21T09:07:55Z</updated>
    <published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์หมวดอาหารและ เครื่องดื่มโดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์TWFP, F&amp;D, MINT, SAUCE, TF, HTC
Authors: ณัฐกิจ จีนา; กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ; มหาวิทยาลัยรามคำแหง. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสาหรับผู้จัดการยุคใหม่.
Abstract: การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.) เพื่อศึกษาอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงของแต่ละหลักทรัพย์หมวดอาหาร&#xD;
และเครื่องดื่ม และ 2.) เพื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง ภายใต้แบบจำลองการกำหนดราคาหลักทรัพย์ (Capital&#xD;
Asset Pricing Model; CAPM) กับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของหลักทรัพย์หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งมีหลักทรัพย์&#xD;
ในการศึกษา คือ หลักทรัพย์กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์&#xD;
แห่งประเทศไทย ด้วยวิธีการสุ่มเลือกหลักทรัพย์ จ านวน 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ TWFP, F&amp;D, MINT, SAUCE, TF และ HTC&#xD;
ทำการศึกษาโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิเป็นรายวัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ระยะเวลา 489 วันทำ&#xD;
การ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ การวิเคราะห์จากทฤษฎีการกำหนดราคาหลักทรัพย์CAPM (Capital Asset Pricing&#xD;
Model) ผลการศึกษาพบว่า หลักทรัพย์หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่นักลงทุนตัดควรสินใจลงทุน มีจำนวน 4 หลักทรัพย์&#xD;
ได้แก่ TWFP, F&amp;D, MINT และ HTC เนื่องจากหลักทรัพย์เหล่านี้เป็นหลักทรัพย์ที่มีราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (Undervalued)&#xD;
เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง ณ ระดับความเสี่ยงเดียวกันกับเส้นตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่หลักทรัพย์ที่นักลงทุน&#xD;
ไม่ควรตัดสินใจลงทุน มีจ านวน 2 หลักทรัพย์ คือ SAUCE และ TF เนื่องจากเป็นหลักทรัพย์ที่มีราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น&#xD;
(Overvalued) เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง ณ ระดับความเสี่ยงเดียวกันกับเส้นตลาดหลักทรัพย์2&#xD;
)</summary>
    <dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์KCAR, OSK, UOBKH, ASP, FSS และ KGI</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/233" />
    <author>
      <name>จุฑามาส แต่ประเสริฐ</name>
    </author>
    <author>
      <name>กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ</name>
    </author>
    <author>
      <name>มหาวิทยาลัยรามคำแหง. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่.</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/233</id>
    <updated>2016-09-21T08:59:02Z</updated>
    <published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์KCAR, OSK, UOBKH, ASP, FSS และ KGI
Authors: จุฑามาส แต่ประเสริฐ; กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ; มหาวิทยาลัยรามคำแหง. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่.
Abstract: การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ&#xD;
ของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์กับความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับของ&#xD;
ตลาด 2.) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง กับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของหลักทรัพย์&#xD;
กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ภายใต้แบบจำลองการกำหนดราคาหลักทรัพย์ CAPM ซึ่งมี&#xD;
หลักทรัพย์ในการศึกษา คือ หลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาด&#xD;
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวน 6 หลักทรัพย์ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด&#xD;
(มหาชน)/ KCAR, บริษัทหลักทรัพย์ โอเอสเค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)/ OSK, บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบีเคย์&#xD;
เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)/ UOBKH, บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)/ ASP, บริษัท&#xD;
หลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)/ FSS และบริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)/&#xD;
KGI ทำการศึกษาข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 ถึง 31 ธันวาคม 2555 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่&#xD;
การวิเคราะห์จากทฤษฎี CAPM (Capital Asset Pricing Model) ผลการศึกษาพบว่า ความเสี่ยงของหลักทรัพย์&#xD;
กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ทั้งหมดมีความเสี่ยงสูงกว่าตลาด โดยที่ความเสี่ยงของตลาด&#xD;
หลักทรัพย์ มีค่าเท่ากับ 1.327 เมื่อเปรียบเทียบกับความเสี่ยงของหลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุน&#xD;
และหลักทรัพย์ในด้านอัตราผลตอบแทนของตลาดมีค่าเท่ากับ 0.066 เปรียบเทียบกับความเสี่ยงของหลักทรัพย์&#xD;
ในกลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ หลักทรัพย์ที่ให้อัตรา&#xD;
ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด มีเพียงหลักทรัพย์เดียว คือ OSK และหลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด มี&#xD;
จำนวน 5 หลักทรัพย์ คือ UOBKH, ASP, KCAR, FSS และ KGI การเปรียบเทียบค่า สัมประสิทธิ์เบต้าของ&#xD;
หลักทรัพย์ในกลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์มีหลักทรัพย์จำนวน 5 หลักทรัพย์ ที่มีค่า&#xD;
สัมประสิทธิ์เบต้า (Beta Coefficient;)เป็นบวก กล่าวคือ อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปใน&#xD;
ทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนของตลาด ได้แก่ KGI ส่วนหลักทรัพย์ที่มีค่าสัมประสิทธิ์เบต้า (Beta&#xD;
Coefficient;) เป็นลบ กล่าวคือ อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับอัตรา&#xD;
ผลตอบแทนของตลาดได้แก่ OSK และจากการแบ่งแยกความเสี่ยงรวมพบว่าหลักทรัพย์ทั้งหมด มีค่าความเสี่ยงที่&#xD;
เป็นระบบน้อยกว่า ค่าความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ เมื่อน าอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง (Ri&#xD;
) กับอัตราผลตอบแทน&#xD;
ที่คาดหวังตามทฤษฎี CAPM (E(Ri&#xD;
)) มาเปรียบเทียบกัน ปรากฎว่าหลักทรัพย์ที่นักลงทุนตัดสินใจลงทุน มีจำนวน&#xD;
2 หลักทรัพย์ ได้แก่ KCAR และ OSK ส่วนหลักทรัพย์ที่มีนักลงทุนตัดสินใจไม่ลงทุน มีจำนวน 4 หลักทรัพย์ คือ&#xD;
UOBKH, ASP, FSS และ KGI</summary>
    <dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจ การเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษา หลักทรัพย์ ECL, ML, TNITY, ASK, FNS และCGS</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/232" />
    <author>
      <name>จุฑามาศ ถวิลอำพันธ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ</name>
    </author>
    <author>
      <name>มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะบริหารธุรกิจ. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่.</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/232</id>
    <updated>2016-09-21T08:47:20Z</updated>
    <published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจ การเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษา หลักทรัพย์ ECL, ML, TNITY, ASK, FNS และCGS
Authors: จุฑามาศ ถวิลอำพันธ์; กิตติพันธ์ คงสวัสดิ์เกียรติ; มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะบริหารธุรกิจ. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่.
Abstract: การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับ&#xD;
ของหลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ กับความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่ได้รับของ&#xD;
ตลาด 2.เพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนที่ต้องการกับอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของกลุ่มธุรกิจการเงิน&#xD;
หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีหลักทรัพย์ที่ใช้ในการศึกษา คือ&#xD;
หลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ จำนวน 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ ECL, ML, TNITY, ASK,&#xD;
FNS และ CGS ทำการศึกษาโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิเป็นรายวัน ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2554 - 28 ธันวาคม 2555&#xD;
รวมเป็นระยะเวลา 489 วันทำการ เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบจำลองการตั้งราคาหลักทรัพย์ Capital&#xD;
Asset Pricing Model (CAMP) ผลการศึกษาพบว่า หลักทรัพย์กลุ่มธุรกิจการเงิน หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์&#xD;
ที่ผู้ลงทุนควรจะลงทุนซื้อมี 5 หลักทรัพย์คือ ECL, ML, TNITY, ASK และ CGS โดยหลักทรัพย์เหล่านี้มีมูลค่าต่ำ&#xD;
กว่าที่ควรจะเป็น (Undervalued) ส่วนหลักทรัพย์ที่ควรจะขายมี 1 หลักทรัพย์ คือ FNS โดยหลักทรัพย์เหล่านี้มี&#xD;
มูลค่าสูงกว่าที่ควรจะเป็น(Overvalued) หลักทรัพย์ ECL, ML, TNITY, ASK, FNS และ CGS มีค่าสัมประสิทธิ์&#xD;
เบต้า น้อยกว่า 1 แต่มากกว่า 0 มีความสัมพันธ์ในเชิงบวก กล่าวคือ หลักทรัพย์ดังกล่าวมีความเสี่ยงน้อยกว่า&#xD;
ตลาด ซึ่งแสดงว่า ผลตอบแทนของหลักทรัพย์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกันกับผลตอบแทนของตลาด&#xD;
ในสัดส่วนที่น้อยกว่า กล่าวได้ว่าเป็นหลักทรัพย์เชิงรับ (Defensive Security)</summary>
    <dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
  <entry>
    <title>การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์YUASA, BOL, BROOK, PHOL, BROOK, TRC และ TRT</title>
    <link rel="alternate" href="https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/231" />
    <author>
      <name>หัตถิยา ศรีสวัสดิ์</name>
    </author>
    <author>
      <name>มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะบริหารธุรกิจ. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่ .</name>
    </author>
    <id>https://dspace.rmutk.ac.th/jspui/handle/123456789/231</id>
    <updated>2016-09-21T08:43:54Z</updated>
    <published>2014-01-01T00:00:00Z</published>
    <summary type="text">Title: การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์YUASA, BOL, BROOK, PHOL, BROOK, TRC และ TRT
Authors: หัตถิยา ศรีสวัสดิ์; มหาวิทยาลัยรามคำแหง. คณะบริหารธุรกิจ. โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสำหรับผู้จัดการยุคใหม่ .
Abstract: การศึกษาในครั้งนี้เป็นการศึกษาเรื่อง การเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของ&#xD;
หลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI โดยใช้แบบจำลอง CAPM: กรณีศึกษาหลักทรัพย์ YUASA, BOL, PHOL, BROOK,&#xD;
TRC และ TRT จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของ&#xD;
หลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI กับความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของตลาด และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตรา&#xD;
ผลตอบแทนที่คาดหวังโดยใช้ทฤษฎีCAPM กับอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI&#xD;
จำนวน 6 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท ยัวซ่าแบตเตอรี่ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) (YUASA) บริษัท บิซิเนส&#xD;
ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) (BOL) บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) (PHOL) บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป จำกัด&#xD;
(มหาชน) (BROOK) บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (TRC) บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน)&#xD;
(TRT) ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 489 วันทำการ โดยใช้&#xD;
รูปแบบการกำหนดราคาสินทรัพย์ทุน (Capital-Asset Pricing Model : CAPM) เป็นเครื่องมือทดสอบ&#xD;
ความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนของแต่ละหลักทรัพย์เพื่อทำการตัดสินใจเลือกลงทุน ผล&#xD;
การศึกษาพบว่า ความเสี่ยงของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI ทั้งหมดมีอัตราความเสี่ยงสูงกว่าตลาด ในด้าน&#xD;
อัตราผลตอบแทนของตลาดเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์ในกลุ่มตลาด MAI สามารถ&#xD;
จำแนกออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ หลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าตลาด มีจำนวน 4 หลักทรัพย์คือ&#xD;
YUASA, PHOL, BOL และ TRC ขณะที่หลักทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดมีจำนวน 2 หลักทรัพย์&#xD;
คือ TRT และ BROOK ทั้งนี้จากการศึกษาค่าสัมประสิทธิ์เบต้า พบว่า ทุกหลักทรัพย์ มีค่าสัมประสิทธิ์เบต้า&#xD;
(Beta Coefficient; ) เป็นบวก กล่าวคือ อัตราผลตอบแทนของหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับ&#xD;
อัตราผลตอบแทนของตลาด จากการแบ่งแยกความเสี่ยงรวมพบว่า หลักทรัพย์ทั้งหมด มีค่าความเสี่ยงที่เป็น&#xD;
ระบบน้อยกว่า ค่าความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ เมื่อนำอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง (Ri) กับอัตราผลตอบแทนที่&#xD;
คาดหวังตามทฤษฎี CAPM (E(Ri)) มาเปรียบเทียบกัน ปรากฎว่าหลักทรัพย์ที่นักลงทุนตัดสินใจลงทุน มีจำนวน 4&#xD;
หลักทรัพย์ ได้แก่ YUASA, BOL, BROOK และ TRC ส่วนหลักทรัพย์ที่มีนักลงทุนตัดสินใจไม่ลงทุน มีจำนวน 2&#xD;
หลักทรัพย์ คือ PHOOL และ TRT</summary>
    <dc:date>2014-01-01T00:00:00Z</dc:date>
  </entry>
</feed>

